ไทยย้ำชัด: หอการค้าไทยและภาคเอกชนไทยได้เดินหน้ายกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐอเมริกาภายหลังจากการเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 โดยมีประเด็นสำคัญคือแนวทางการเพิ่มการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ จำนวน 1 ล้านตัน
ซึ่งประเด็นนี้ได้รับการยืนยันจากทั้งภาครัฐและเอกชนว่า การนำเข้าดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย แต่เป็นการเติมเต็มส่วนต่างของวัตถุดิบที่ขาดแคลนในระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพต้นทุนอาหารและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไทยจำเป็นต้องนำเข้าข้าวโพดอย่างต่อเนื่อง คือปริมาณผลผลิตในประเทศที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยปัจจุบัน ประเทศไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงถึง 8.5–9 ล้านตันต่อปี แต่สามารถผลิตเองได้เพียง 4.8–5 ล้านตันต่อปี
ส่งผลให้เกิดส่วนต่างที่ขาดแคลนถึงปีละ 3–4 ล้านตัน ดังนั้น การนำเข้าจากสหรัฐฯ 1 ล้านตัน จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปริมาณที่ต้องนำเข้าอยู่แล้วตามปกติ ไม่ได้เป็นการนำเข้ามาเพื่อทดแทนหรือแย่งตลาดจากเกษตรกรไทย
เพื่อเป็นการคุ้มครองเกษตรกรในประเทศ ภาครัฐได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการการนำเข้าอย่างเข้มงวด โดยจะอนุญาตให้นำเข้าเฉพาะในช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ผลผลิตของเกษตรกรไทยจะออกสู่ตลาดประมาณ 2 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้นำเข้าต้องรับซื้อข้าวโพดภายในประเทศในสัดส่วน 3 ต่อ 1 (ซื้อข้าวโพดไทย 3 ส่วน ต่อการนำเข้า 1 ส่วน) เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตในประเทศจะถูกดูดซับจนหมดก่อนเสมอ
ในเชิงเศรษฐกิจ การนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ จะส่งผลดีต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า จะช่วยลดต้นทุนอาหารสัตว์ลงได้ประมาณ 8% ซึ่งอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนหลักของสินค้าอุปโภคบริโภคหลายชนิด เช่น เนื้อไก่ หมู ไข่ นม และอาหารทะเล
การลดต้นทุนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังช่วยให้อุตสาหกรรมการส่งออกอาหารของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำของโลก สามารถรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสากลได้ในระยะยาว
นอกจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว การนำเข้าจากสหรัฐฯ ยังมีข้อดีในด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสหรัฐฯ มีมาตรฐานระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการนำเข้าวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม อันเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหา PM2.5 ในภูมิภาค
ทั้งนี้ การบริหารจัดการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาทางการค้าเพื่อสร้างสมดุลเศรษฐกิจและลดแรงกดดันด้านภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ อีกด้วย
โดยในอนาคตอันใกล้ จะมีการจัดงาน Thailand-U.S. Trade & Investment Forum 2026 ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






