จับตาเงินเฟ้อ: สภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569
สงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ฉุดกระชากราคาน้ำมันดิบและปิโตรเคมีในตลาดโลกให้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มายังดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ “เงินเฟ้อ” ของไทยให้พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
รายงานล่าสุดจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนเมษายน 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.89% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 38 เดือน
สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนโดยตรง แต่ยังส่งผลให้ค่าโดยสารสาธารณะและต้นทุนการขนส่งสินค้าปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ สินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 1% โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูป ผักสด ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนอาหารสัตว์และการขนส่งที่เพิ่มขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าในเดือนพฤษภาคม อัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 3.06%
สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคคือ การที่ผู้ผลิตรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากการปรับราคาขึ้นโดยตรงแล้ว ผู้ประกอบการบางส่วนอาจเลือกใช้กลยุทธ์ “Shrinkflation” หรือการลดปริมาณสินค้าแต่ขายในราคาเท่าเดิม
ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการปรับตัวภายใต้สภาวะต้นทุนสูงที่ผู้บริโภคอาจไม่สังเกตเห็นได้ทันที โดยเฉพาะกลุ่ม “อาหารจานเดียว” ที่มีแนวโน้มราคาจะพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 3-6% ทั่วประเทศ ตามทิศทางราคาพลังงานที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง
ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ มีการคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในระยะสั้นอาจพุ่งแรงในช่วงไตรมาสที่ 2 และอาจแตะระดับ 4-5% ในบางช่วงของปี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเร่งตัวครั้งนี้เป็นปัจจัยชั่วคราวที่เกิดจากฝั่งต้นทุน (Cost-push) เป็นหลัก และยังไม่สะท้อนถึงแรงกดดันเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจ
ดังนั้นจึงอาจยังไม่จำเป็นต้องมีการปรับนโยบายการเงินเพื่อควบคุมอุปสงค์ในทันที ขณะที่ภาครัฐพยายามออกมาตรการบรรเทาทุกข์ เช่น การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและการอุดหนุนค่าครองชีพผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อลดแรงกระแทกที่จะเกิดกับประชาชน
ทิศทางเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด ประชาชนจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับราคาสินค้าและบริการที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 นี้
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






