อาเซียนปรับตัว: ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในสงครามอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนสั่นคลอนเสถียรภาพพลังงานโลก ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญกับภาวะแทบปิดตาย
สถานการณ์นี้บีบให้ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องเร่ง “รีเซ็ต” ยุทธศาสตร์พลังงาน อย่างเร่งด่วน โดยการลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางและกระจายความเสี่ยงไปยังแหล่งนำเข้าใหม่ ๆ ครอบคลุมตั้งแต่บรูไน ลิเบีย สหรัฐอเมริกา ไปจนถึงอเมริกาใต้
ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์อย่างโดดเด่น ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไทยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ลงกว่า 50% และจากซาอุดีอาระเบียลงถึง 43% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
เพื่อชดเชยส่วนต่างดังกล่าว ไทยได้หันไปเพิ่มการนำเข้าจาก “บรูไน” จนทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2018 และเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าจาก “ลิเบีย” ขึ้นอีก 54% ยิ่งไปกว่านั้น ไทยยังเริ่มเปิดตลาดใหม่กับอาร์เจนตินาและกายอานา รวมถึงกำลังเจรจาเพิ่มเติมกับบราซิล ไนจีเรีย และคาซัคสถาน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว
ในส่วนของ เวียดนาม นั้นถือว่าได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากเดิมพึ่งพาน้ำมันจากคูเวตสูงถึง 80% แต่เมื่อซัพพลายหยุดชะงัก เวียดนามจึงต้องเบนเข็มไปหาแองโกลาและสหรัฐฯ แทน ขณะที่ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเชื้อเพลิงเรือโลก
ปัจจุบันได้นำเข้าน้ำมันจากสหรัฐฯ มากกว่า 60% ของการนำเข้าทั้งหมด เพื่อรักษาฐานการผลิตปิโตรเคมีไว้ ท่ามกลางวิกฤตนี้ “บรูไน” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นฮับส่งออกน้ำมันสำคัญในภูมิภาค โดยทำสถิติส่งออกสูงสุดในรอบ 5 ปี
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความตึงเครียดด้านพลังงาน แต่เศรษฐกิจอาเซียนกลับไม่ได้ซบเซาลง ผลจากการเติบโตของอุตสาหกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยหนุนให้ภาคการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรของไทย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง
การปรับเปลี่ยนแผนที่พลังงานในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการเอาตัวรอดจากสงคราม แต่ยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับอนาคต
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






