ผ่ามติ ครม. : ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย รัฐบาลจึงประกาศยกระดับการรับมือเรื่องนี้ให้เป็น “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุดได้มีมติเห็นชอบชุดมาตรการเร่งด่วน ทั้งเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะสั้น และปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว
ปลดล็อกภาระค่าไฟ 20 ล้านครัวเรือน
ไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงตอบรับจากประชาชนได้มากที่สุดคือ มาตรการบรรเทาผลกระทบค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟประเภท “บ้านอยู่อาศัย” โดยรัฐบาลได้ปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าใหม่ กำหนดให้ การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก มีราคาไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งมาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในรอบบิล เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
การตรึงราคาในระดับนี้คาดว่าจะครอบคลุมและช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 20 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศที่จะได้จ่ายค่าไฟถูกลง อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วย รัฐบาลได้รับทราบถึงความกังวลและเตรียมนำประเด็นนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติในวันที่ 29 เมษายน 2569 เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป
ผ่ามติ ครม. : หนุนประชาชนและรัฐผลิตไฟใช้เองผ่าน “โซลาร์รูฟท็อป”
นอกจากการเข้าไปอุดหนุนราคาแล้ว รัฐบาลยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาระบบไฟฟ้าหลัก รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภาคประชาชน โดยจะมีมาตรการสนับสนุนเป็น “สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” ซึ่งออกแบบมาให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนถูกกว่าค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายตามปกติ พร้อมทั้งปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ จากเดิมที่เป็นรูปแบบ Adder เปลี่ยนเป็นแบบ Feed-in Tariff (FiT) เพื่อให้มีความเป็นธรรมและจูงใจมากยิ่งขึ้น ส่วนในหน่วยงานรัฐจะใช้การส่งเสริมผ่านรูปแบบ ESCO Model
รัฐนำร่องหั่นการใช้พลังงาน 20% พ่วงปูพรมโครงสร้างพื้นฐานอนาคต
เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายบังคับให้หน่วยงานภาครัฐต้อง ลดการใช้พลังงานลงให้ได้ 20% โดยความสำเร็จนี้จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับการประเมินผลงานของผู้บริหารหน่วยงานโดยตรง ควบคู่ไปกับการยกระดับประสิทธิภาพของประเทศ เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟสาธารณะและไฟถนนเป็นหลอด LED และระบบพลังงานแสงอาทิตย์
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเร่งขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ (Public Charging Station) และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการผลักดัน พลังงานชีวภาพ (Bio Energy) โดยนำของเสียและวัตถุดิบทางการเกษตรมาแปลงสภาพเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลและก๊าซชีวภาพเพื่อใช้ในภาคการขนส่ง
มาตรการทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาแบบครบวงจร ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูง และการวางรากฐานด้านพลังงานสะอาด ซึ่งหากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ประเทศไทยจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายโดยรวม ลดการพึ่งพาทรัพยากรพลังงานจากภายนอก และก้าวสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างแท้จริง
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






