หลังจากประกาศพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ร้านค้าหลายแห่งเกิดความเข้าใจผิดว่ากฎหมายฉบับใหม่อนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00-17.00 น. ได้แล้ว แต่ความจริงแล้วกฎหมายยังคงห้ามขายในช่วงเวลาดังกล่าว
การแก้ไขในครั้งนี้เป็นเพียงการยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ซึ่งเป็นกฎหมายเก่าที่ซ้ำซ้อน แต่ยังคงมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2568 ที่มีข้อห้ามเรื่องเวลาขายเหมือนเดิม
เวลาขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ร้านค้าและร้านอาหารทั่วไปยังคงสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เฉพาะช่วงเวลา:
– 11.00 – 14.00 น.
– 17.00 – 24.00 น.
ห้ามขายในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. ผู้ประกอบการที่ขายในช่วงเวลาดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย
ข้อยกเว้นสำหรับสถานที่พิเศษ
มีเพียง 3 กรณีเท่านั้นที่สามารถขายนอกเวลาที่กำหนดได้:
1. สนามบิน – อาคารที่ให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ
2. สถานบริการ – ตามกำหนดเวลาเปิด-ปิดของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
3. โรงแรม – โรงแรมที่จดทะเบียนตามกฎหมาย
เหตุผลของการควบคุมเวลาขาย
การจำกัดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีเหตุผลสำคัญ 3 ประการ
1. ลดความสะดวกในการเข้าถึง
การจำกัดเวลาทำหน้าที่เป็น "เกราะกำบัง" ในการชะลอการบริโภค โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง เช่น หลังเลิกงานหรือช่วงกลางคืน
2. ลดอุบัติเหตุและความรุนแรงทางสังคม
งานวิจัยทั้งในและต่างประเทศยืนยันว่า ความพร้อมในการซื้อเครื่องดื่มตลอดเวลาสัมพันธ์กับอัตราอุบัติเหตุบนท้องถนน การทะเลาะวิวาท และอาชญากรรมที่สูงขึ้น
3. คุ้มครองเยาวชน
เวลาห้ามขายช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มได้ง่ายเกินไป โดยเฉพาะในชั่วโมงที่ครอบครัวและโรงเรียนไม่สามารถดูแลได้เต็มที่
การจำกัดเวลาขายจึงไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพ แต่เป็นภูมิคุ้มกันทางสังคมที่ช่วยลดต้นทุนทางสุขภาพ อุบัติเหตุ และความรุนแรงที่จะตกกับครอบครัวและสังคมโดยรวม
การแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ
1. เพิ่มอำนาจหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่
กฎหมายฉบับใหม่เพิ่มอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่ 6 ประการ ได้แก่
– เข้าไปในสถานที่หรือบริเวณที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อตรวจสอบและควบคุม
– เรียกหรือขอดูบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นเพื่อบันทึกข้อมูลกรณีทำความผิด
– ตรวจสอบหรือรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี
– ตักเตือนหรือสั่งให้ผู้กระทำความผิดระงับหรือแก้ไข รวมถึงสั่งให้ระงับการเผยแพร่สื่อโฆษณา
– สั่งปิดสถานที่ สถานประกอบการ หรือสถานบริการที่ใช้กระทำความผิด
– แจ้งให้ผู้ออกใบอนุญาตสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตผลิต ขาย หรือนำเข้าสุรา
2. ควบคุมการโฆษณาและการตลาดเข้มข้นขึ้น
กฎหมายกำหนดข้อห้ามใหม่ 3 ประการ
ห้ามใช้ชื่อเสียงโฆษณา
ห้ามบุคคลที่มีชื่อเสียงใช้ชื่อเสียงของตนเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน สื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชน หรือแสดงชื่อ/เครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยมุ่งหมายชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภค (ยกเว้นการสื่อสารทางวิชาการในวงจำกัด)
ห้ามโฆษณาแบบ "เนียน"
ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านผลิตภัณฑ์หรือสินค้าอื่นด้วยการใช้ชื่อหรือโลโก้เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
ห้ามสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการบริโภค
ห้ามให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมหรือสาธารณประโยชน์ในลักษณะที่ส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3. ส่งเสริมการบำบัดและฟื้นฟู
คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อ
– สนับสนุนงบประมาณหรือจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพผู้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
– ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการบำบัดรักษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการยังคงต้องปฏิบัติตามกฎเวลาขายเดิม และต้องระวังการโฆษณาที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมายที่อาจส่งผลถึงการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต
การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/Z7jWB1Y92yw?si=FlOVFwdE0sSFh0i9






