สร้างเงินออมฉุกเฉินด้วยเงินโบนัส ควรเริ่มต้นอย่างไร ? | เงินทองของจริง

/
/
/
สร้างเงินออมฉุกเฉินด้วยเงินโบนัส ควรเริ่มต้นอย่างไร ? | เงินทองของจริง
เงินโบนัสคือเงินพิเศษที่นายจ้างจ่ายให้พนักงานนอกเหนือจากเงินเดือนปกติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นรางวัลและสร้างแรงจูงใจในการทำงาน การจ่ายเงินโบนัสจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ผลประกอบการของบริษัท ผลการปฏิบัติงานของพนักงาน และนโยบายของแต่ละบริษัท
 
กฎหมายเกี่ยวกับเงินโบนัส
 
สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ เงินโบนัสไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายให้กับลูกจ้าง ดังนั้นเมื่อนายจ้างไม่จ่ายโบนัสก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย เพราะแต่ละบริษัทมีเหตุผลของตนเอง เช่น ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือโปรเจกต์ที่มอบหมายไม่บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
 
อย่างไรก็ตาม หากบริษัทหรือองค์กรมีเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา นโยบายของบริษัท หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทต้องทำตามเงื่อนไขนั้น เช่น ถ้าในสัญญาจ้างงานระบุว่าพนักงานจะได้รับเงินโบนัสหากทำตามเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อพนักงานประสบความสำเร็จในเงื่อนไขนั้น บริษัทจะต้องจ่ายเงินโบนัสตามที่ระบุไว้
 
สายงานไหนได้โบนัสสูง ?
 
จากข้อมูลปี 2567 สายงานที่มีแนวโน้มจ่ายโบนัสสูง 3 อันดับแรก ได้แก่:
 
1. กลุ่มยานยนต์: จ่ายโบนัสรวมเฉลี่ย 4.29 เท่าของเงินเดือน
2. กลุ่มเทคโนโลยี: จ่ายโบนัสรวมเฉลี่ย 2.71 เท่าของเงินเดือน
3. กลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์: จ่ายโบนัสรวมเฉลี่ย 2.65 เท่าของเงินเดือน
 
วิธีจัดสรรเงินโบนัสอย่างชาญฉลาด
 
การแบ่งสัดส่วนเงินโบนัสไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสถานการณ์ทางการเงินของแต่ละบุคคล แต่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักได้ดังนี้:
 
1. ชำระหนี้
 
หากมีหนี้สินอยู่ ควรนำเงินโบนัสไปชำระหนี้ให้หมด หรืออย่างน้อยก็ลดภาระหนี้ให้เบาลง โดยจัดลำดับว่ามีหนี้ก้อนไหนที่ต้องชำระก่อนเพื่อช่วยลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย การมีหนี้สินจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางการเงินในระยะยาว
 
2. เก็บออม
 
ควรแบ่งเงินโบนัสส่วนหนึ่งไว้เก็บออมเพื่ออนาคต หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง การลงทุนในกองทุนรวม หรือการซื้อประกันชีวิต การมีเงินออมจะช่วยให้คุณมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
 
3. ใช้จ่าย
 
เงินโบนัสอีกส่วนหนึ่งสามารถนำไปใช้จ่ายกับสิ่งที่ต้องการ เช่น การซื้อของที่อยากได้มานาน หรือการไปเที่ยวพักผ่อน การใช้จ่ายในส่วนนี้จะช่วยให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำงานต่อไป แต่ควรจำกัดงบประมาณให้ชัดเจนตั้งแต่แรกเพื่อช่วยให้เราควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
ลงทุนต่อเมื่อมีเงินเหลือ
 
หลังจากหักลบค่าใช้จ่ายแล้ว ถ้าเงินโบนัสยังเหลือเป็นจำนวนมากพอสมควรก็ควรนำไปลงทุนต่อ การเลือกสินทรัพย์ลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเป้าหมายการใช้เงิน เช่น หากต้องการนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝาก กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น
 
อย่าลืมเรื่องภาษี
 
เงินโบนัสที่บริษัทจ่ายให้แก่พนักงานถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภท "เงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน" ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหมายความว่าเงินโบนัสเป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
 
ดังนั้นพนักงานที่ได้รับเงินโบนัสจะต้องนำเงินโบนัสนั้นมารวมคำนวณภาษีเงินได้พร้อมกับเงินเดือนและเงินได้อื่น ๆ ที่ได้รับจากบริษัท โดยจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
 
การได้รับเงินโบนัสเป็นโอกาสดีในการปรับปรุงสถานะทางการเงินของคุณ หากวางแผนและจัดสรรอย่างชาญฉลาด เงินโบนัสจะกลายเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
 
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
 
 

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/FtT6BteXOOY?si=JB1aM3q4SfCK2Gu5