จับตาสถานการณ์โลกทวีความระอุ ! หลังสหรัฐฯ เดินเกมรุกปิดล้อมอ่าวเปอร์เซียบีบอิหร่านเข้าสู่โต๊ะเจรจา ท่ามกลางยุทธศาสตร์การทูตลื่นไหลของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ส่งจดหมายตรงถึง “สี จิ้นผิง” หวังดึงมหาอำนาจจีนร่วมดับไฟสงคราม ขณะที่ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเปราะบาง หลังพบกัมพูชาเสริมกำลังทหารเชิงรุกสวนทางสัญญาณขอเจรจาผ่านเวที JBC เพื่อเร่งเปิดด่านกู้เศรษฐกิจภายในที่กำลังสั่นคลอน
วันที่ 16 เม.ย. 69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง one31 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ วิเคราะห์สมรภูมิการทูตโลกและความเปราะบางชายแดนไทย-กัมพูชา
รศ.ดร.ปณิธาน ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของนโยบายต่างประเทศภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีความ “ลื่นไหล” และเน้นการกุมสภาพทิศทางโลกผ่านทั้งมาตรการคว่ำบาตรและการเจรจา
โดยระบุว่ากรณีความขัดแย้งกับพระสันตปาปานั้น สะท้อนถึงความพยายามสกัดกั้นไม่ให้ยุโรปหรือองค์กรทางศาสนาเข้ามามีบทบาทเหนือการเมืองรัฐชาติ

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น มองว่าการที่ จีนเริ่มก้าวเข้ามาเป็นตัวกลางถ่วงดุลอำนาจ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการป้องกันไม่ให้เกิดสงครามใหญ่ระหว่างมหาอำนาจ แม้จีนจะมีผลประโยชน์แอบแฝงก็ตาม โดยประเมินว่าอิหร่านมีความจำเป็นต้องกลับสู่โต๊ะเจรจาเนื่องจากได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากการปิดล้อม ซึ่งคาดว่าสร้างความเสียหายสูงถึง 500-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

ด้าน พล.ท. พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันผ่านการ วางแผนมาก่อนแล้ว โดยมีเป้าหมายสุดท้ายอยู่ที่การจัดการกับ “จีน” ทรัมป์ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “Three-Track Policy” คือการเดินเกมพร้อมกัน 3 ทาง ได้แก่ ด้านทหาร (ปิดล้อมช่องแคบ), ด้านการทูต (เจรจาเทคนิค), และด้านกระเป๋าเงิน (กดดันทางการเงินและธนาคาร) โดยประเมินว่าปัจจุบันอิหร่านอยู่ในสภาวะเสียเปรียบเนื่องจากคลังอาวุธและเสบียงเริ่มร่อยหรอ ส่งผลให้ต้องยอมรับช่องทางการเดินเรือผ่านโอมานตามที่สหรัฐฯ บีบให้เกิดขึ้น
สำหรับประเด็นกัมพูชา พล.ท. พงศกร ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า กัมพูชาได้มีการปรับปรุงขีดความสามารถทางการทหารอย่างมีนัยสำคัญ มีการฝึกอาวุธใหม่และอาจมีการใช้ นักรบรับจ้าง เข้ามาในพื้นที่ อีกทั้งยังมีแรงกดดันภายในจากการที่จีนเริ่มปันใจไปสนับสนุนคู่แข่งทางการเมืองอย่าง “จักรวุฒิ” ทำให้ตระกูลฮุนต้องรีบหาทางออกทางเศรษฐกิจผ่านการเปิดด่านชายแดน เสโหน่งเสนอให้ไทยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น LiDAR ในการตีเส้นเขตแดนให้ชัดเจนเพื่อสร้างสันติภาพถาวร
และเน้นย้ำว่าไทยต้อง รุกด้านสื่อสารมวลชน เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อชาวโลกและกดดันไม่ให้กัมพูชากล้าก่อเหตุปะทะ พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตและ VAT น้ำมันเป็นการชั่วคราวเพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตพลังงานนี้
พบกับรายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 15.45 – 16.30 น. ทางช่อง one31
และรับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 18.00 – 18.45 น.
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/LiXwWauLhYw






