สูตรลับร้านอาหาร ! เจาะลึกการตลาด 70/30 มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด

/
/
/
สูตรลับร้านอาหาร ! เจาะลึกการตลาด 70/30 มัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด

เจาะลึกการตลาด ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารดุเดือด การมีรสชาติอาหารที่อร่อยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากร้านไม่มีตัวตนบนโลกออนไลน์ก็แทบจะหมดสิทธิ์แข่งขัน การทำการตลาดจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ประกอบการ

จัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมกับยุคสมัย

เจาะลึกการตลาด ในอดีต งบการตลาดสำหรับร้านอาหารอาจใช้เพียง 2-3% ของยอดขายก็ถือว่าเพียงพอ แต่ในปัจจุบันด้วยช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและการแข่งขันที่สูงขึ้น งบการตลาดที่เหมาะสมควรปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5-10% ของยอดขาย ตัวอย่างเช่น หากตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1 ล้านบาท ควรเตรียมงบสำหรับทำการตลาดไว้อย่างน้อย 50,000 – 100,000 บาท เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

การตลาดเชิงรุก (Outbound) และเชิงรับ (Inbound)

การทำการตลาดแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งผู้ประกอบการควรทำควบคู่กันไป:

การตลาดเชิงรุก (Outbound Marketing) : คือการพุ่งเป้าเข้าหาลูกค้าโดยตรง เช่น การยิงโฆษณา (Performance Marketing) บนแพลตฟอร์มต่างๆ หรือการจ้างอินฟลูเอนเซอร์เพื่อรีวิวร้าน เพื่อสร้างการรับรู้ให้รวดเร็วที่สุด

การตลาดเชิงรับ (Inbound Marketing) : คือการสร้างมาตรฐานของร้านให้ดีเยี่ยมจนเกิดการบอกต่อ (Word of Mouth) หรือการที่ลูกค้ามารีวิวให้ด้วยตัวเองจากการประทับใจจริง (Earned Media) รวมถึงการปักหมุดบน Google Maps สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจได้ในระยะยาว

กฎ 70/30 : แบ่งงบตามฐานลูกค้าของร้าน

การใช้เงินลงทุนกับการตลาดต้องดูสถานการณ์ของร้านเป็นหลัก:

ร้านที่มีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้ว : ควรแบ่งงบ 70% ไปกับการดูแลและมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าเก่า เพื่อให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ เพราะลูกค้าเก่ามักจะยอมจ่ายง่ายกว่าและมีความภักดีต่อแบรนด์ ส่วนอีก 30% ค่อยนำไปใช้หาลูกค้าใหม่

ร้านเปิดใหม่หรือลูกค้ายังไม่เยอะ : ต้องทุ่มงบ 70% เพื่อสื่อสารและโปรโมตหาลูกค้าใหม่ๆ ให้รู้จักร้าน และใช้ 30% ที่เหลือเพื่อดูแลลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาให้ประทับใจจนกลายเป็นลูกค้าประจำ

เลือกช่องทางโซเชียลมีเดียให้ตรงจุด

แต่ละแพลตฟอร์มมีธรรมชาติของผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน การสื่อสารจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามช่องทาง

Facebook : เน้นคอนเทนต์ที่กระตุ้นให้คนอยากกดแชร์ (Shareable Content) แคปชันและรูปภาพต้องดึงดูด

Instagram : เน้นความสวยงาม มีรสนิยม ภาพต้องดูดีและมีสไตล์

TikTok : ไม่จำเป็นต้องเน้นแค่ความอร่อย แต่ต้องขายความสนุกสนานและเอนเตอร์เทนเมนต์

Lemon8 : เป็นแพลตฟอร์มที่มาแรงมากสำหรับกลุ่ม Gen Z ที่มักจะเข้ามาหารีวิวร้านอาหารและคาเฟ่โดยเฉพาะ

YouTube : เหมาะสำหรับการทำวิดีโอรีวิวที่มีความยาวและให้รายละเอียดครบถ้วน

เข้าใจคนแต่ละ Gen เพื่อการสื่อสารที่โดนใจ

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าหลักของร้านคือใคร หากต้องการเจาะกลุ่มวัยรุ่นหรือ Gen Z ทีมงานที่ดูแลการตลาดก็ควรมีคน Gen Z รวมอยู่ด้วย เพราะคนแต่ละเจเนอเรชันมีมุมมองและพฤติกรรมการเสพสื่อที่ต่างกันอย่างชัดเจน เช่น สไตล์การถ่ายภาพอาหาร หรือรูปแบบการเล่าเรื่อง การใช้คนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้การสื่อสารเข้าถึงและโดนใจลูกค้ามากที่สุด

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital