เปิดความจริงที่ต้องรู้ ! ก่อนควักเงินก้อนซื้อแฟรนไชส์

/
/
/
เปิดความจริงที่ต้องรู้ ! ก่อนควักเงินก้อนซื้อแฟรนไชส์

ซื้อแฟรนไชส์ ในยุคที่ต้นทุนวัตถุดิบและการจัดการร้านอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจหรือกำลังมองหาทางออก อาจมองว่าการ “ซื้อแฟรนไชส์” คือทางลัดสู่ความสำเร็จ ทว่าเบื้องหลังป้ายโฆษณาที่สวยหรูและคำสัญญาถึงกำไรที่งดงาม มีรายละเอียดสำคัญมากมายที่ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนควักเงินก้อนใหญ่

1. กฎหมายและมาตรฐานที่ต้องระวัง

ซื้อแฟรนไชส์ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมธุรกิจแฟรนไชส์โดยตรง นั่นหมายความว่าใครก็สามารถตั้งตัวเป็นเจ้าของแฟรนไชส์และประกาศขายได้ สิ่งนี้สร้างความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุน หากไปเจอกับผู้ขายที่ขาดประสบการณ์หรือไม่มีมาตรฐานของระบบที่แท้จริงรองรับ

2. ตรวจสอบข้อมูลให้ลึกซึ้งก่อนตัดสินใจ

ก่อนจะตกลงปลงใจและเซ็นสัญญา มีข้อควรปฏิบัติที่ขาดไม่ได้เพื่อลดความเสี่ยง

เช็กประวัติและประสบการณ์ : ตรวจสอบว่าเจ้าของแบรนด์ทำธุรกิจมานานแค่ไหน มีสาขาของตัวเองกี่แห่ง และขยายแฟรนไชส์ไปแล้วเท่าไหร่

ขอดูตัวเลขจริง : อย่าเชื่อแค่คำบอกเล่าหรือตัวเลขคาดการณ์ ควรขอดูข้อมูลยอดขายจากระบบจัดการหน้าร้าน (POS) ย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าธุรกิจสามารถทำยอดขายและกำไรได้จริง

พูดคุยกับผู้ซื้อรายอื่น : ลงพื้นที่ไปสอบถามผู้ที่เคยซื้อแฟรนไชส์แบรนด์นี้ไปก่อนหน้า เพื่อรับฟังประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการดูแลหลังการขาย การซัพพอร์ตเมื่อเกิดปัญหา และความเสถียรของสูตรอาหาร

3. “ระบบ” สำคัญกว่า “สูตร”

แก่นแท้ของการซื้อแฟรนไชส์ไม่ใช่เพียงการซื้อสูตรอาหารที่อร่อย แต่คือการซื้อ “ระบบที่ประสบความสำเร็จ” แฟรนไชส์ที่ดีต้องมีระบบที่เอื้อให้คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำอาหารเลย สามารถบริหารจัดการและปรุงรสชาติออกมาได้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา

มีคู่มือปฏิบัติงาน (SOP) : ต้องมีข้อกำหนดการทำงานที่ชัดเจน เช่น ปริมาณวัตถุดิบ ระดับความร้อนที่ใช้ ไปจนถึงระยะเวลาในการปรุง

ทีมสนับสนุนหลังบ้านที่แข็งแกร่ง : แบรนด์ที่ดีควรมีทีมงานคอยช่วยเหลือ เช่น ทีมตรวจสอบคุณภาพ (QA/QC) ผู้จัดการเขต (Area Manager) และทีมฝึกอบรม เพื่อรักษามาตรฐานของร้านแฟรนไชส์

4. โครงสร้างต้นทุนและกำไรที่แท้จริง

การซื้อแฟรนไชส์มักใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าการปั้นแบรนด์เปิดร้านด้วยตัวเอง เนื่องจากมีต้นทุนอย่าง ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Franchise Fee) หรือค่าสิทธิ์ต่างๆ (License)

สำหรับผลกำไรสุทธิโดยเฉลี่ยของธุรกิจรูปแบบนี้มักจะอยู่ที่ประมาณ 10% – 15% ซึ่งอาจดูน้อยกว่าการทำร้านเองทั้งหมด แต่แลกมาด้วยข้อดีคือการประหยัดเวลาลองผิดลองถูกและช่วยลดภาระการจัดการระบบหลังบ้านลงไปได้มาก หากได้รับการสนับสนุนที่ได้มาตรฐานจากบริษัทแม่

การตัดสินใจลงทุนในธุรกิจร้านอาหารไม่ควรถูกขับเคลื่อนด้วยข้อเสนอส่วนลดพิเศษช่วงเปิดตัวหรือคำโฆษณาที่ดึงดูดใจ การศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน วิเคราะห์ตัวเลขอย่างใจเย็น และเข้าใจโครงสร้างของระบบอย่างถ่องแท้ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับเงินลงทุนทุกบาททุกสตางค์

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง” 
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital