กะเทาะเปลือกสงครามที่กำลังระอุในตะวันออกกลาง เมื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” สั่งเปิดฉากถล่มอิหร่านจนสะเทือนไปถึงราคาน้ำมันและค่าครองชีพในกระเป๋าคนไทย วันที่ 16 มี.ค. 69 รายการ “ถกไม่เถียง” ได้รับเกียรติจากสองกูรูชั้นครู “พลเรือเอกจุมพล ลุมพิกานนท์” และ “อาจารย์วรนัยน์ วาณิชกะ” ที่จะมาวิเคราะห์กันแบบหมัดต่อหมัด ตั้งแต่ยุทธศาสตร์การรบภาคพื้นดินที่เสี่ยงจะทำสหรัฐฯ ติดหล่มเหมือนสมรภูมิเวียดนาม ไปจนถึงสงครามข่าวสารและการปั่นกระแสเศรษฐกิจโลกที่อาจทำให้ผู้นำโลกต้องเปลี่ยนหน้า บทสรุปของเกมอำนาจครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร และคนไทยอย่างเราต้องเตรียมรับมือกับวิกฤตที่ลามมาถึงหน้าปั๊มน้ำมันนี้อย่างไร

ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจสั่งเปิดฉากโจมตีเกาะคาร์คของอิหร่าน แม้จะมีการละเว้นโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบางส่วนเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจโลกพังทลายลงในทันที แต่สิ่งนี้ก็ได้ปลุกกระแสความกังวลถึงคำทำนายของ “อาจารย์เจียง” หรือที่ถูกขนานนามว่านอสตราดามุสจีน ซึ่งเคยระบุไว้ว่าทรัมป์จะพาสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามที่จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้จนสูญเสียสถานะผู้นำโลกในที่สุด
ในมุมมองทางทหาร พลเรือเอกจุมพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหมและอดีตโฆษกกองทัพเรือ วิเคราะห์ว่าคำทำนายดังกล่าวมีโอกาสเป็นจริงสูง หากสหรัฐฯ ตัดสินใจก้าวล่วงเข้าไปสู่การใช้กำลังทหารภาคพื้นดินเพื่อบุกอิหร่าน เพราะนั่นจะกลายเป็น “หล่มลึก” ที่ใหญ่โตกว่าสงครามเวียดนามหลายเท่าตัว ด้วยภูมิศาสตร์ของอิหร่านที่เป็นป้อมปราการธรรมชาติ มีการเตรียมพร้อมผ่านระบบอุโมงค์ใต้ดินมานานกว่า 40 ปี ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ในเวียดนามถึง 3 เท่า

แม้สหรัฐฯ จะมีความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีอาวุธและสามารถเอาชนะได้ในเชิงยุทธวิธีช่วงต้น แต่หากเกิดการสูญเสียกำลังพลอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดที่สังคมอเมริกันรับไม่ได้ สหรัฐฯ ก็จำต้องถอนตัวออกไปเหมือนในอดีต นอกจากนี้ พลเรือเอกจุมพลยังให้ข้อมูลที่น่ากังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนกำลังพลของกองเรือยกพลขึ้นบก (Amphibious Ready Group) ผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งมีการใช้กำลังนาวิกโยธินเพียง 2,500 นายเพื่อยึดหัวหาด ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมหาศาลหากเทียบกับยุทธศาสตร์การรบที่แท้จริงที่อาจต้องใช้กำลังพลสูงถึง 6,000 นาย
ทางด้านอาจารย์วรนัยน์ วาณิชกะ อาจารย์พิเศษวิชาการสื่อสารทางการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เสริมประเด็นเรื่องการสงครามที่ไม่ได้มีเพียงแค่กำลังทหาร แต่เป็นการต่อสู้ผ่านระบบเศรษฐกิจและจิตวิทยา โดยมองว่าอิหร่านมีไพ่ตายในการทำลายระบบเศรษฐกิจโลกผ่านการปิดช่องแคบฮอร์มูซ ซึ่งจะส่งผลสะเทือนถึงระบบ “เปโตรดอลลาร์” และตลาดหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยตรง

อีกทั้งสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของอิหร่านที่มีอุณหภูมิสูงถึง 70 องศาเซลเซียสในพื้นที่ทะเลทราย ไม่เพียงแต่จะบั่นทอนกำลังพล แต่ยังสามารถทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์ในยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ให้พังพินาศได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์วรนัยน์ยังชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของสงครามข่าวสาร (IO) ที่มีการใช้ AI สร้างข้อมูลเท็จเพื่อดิสเครดิตผู้นำของทั้งสองฝ่าย ซึ่งความรุนแรงของการปั่นกระแสข้อมูลนี้เข้มข้นไม่แพ้การยิงขีปนาวุธจริง และประชาชนมักตกเป็นเหยื่อของการถูกบังคับให้เลือกข้างโดยที่ไม่ได้ผลประโยชน์ใด ๆ
พลเรือเอกจุมพลยังได้ขยายความถึงเหตุการณ์ที่เรือไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตี โดยอธิบายว่าในสภาวะสงคราม อิหร่านจะมองเรือทุกลำที่ไม่ได้รับอนุญาตผ่านทางเป็น “เป้าหมาย” เพื่อกดดันประชาคมโลก ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ช่องทางการเจรจานอกรอบเพื่อความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ เช่นเดียวกับความสำเร็จของอินเดียและบังกลาเทศที่เคยทำมาแล้ว ขณะที่อาจารย์วรนัยน์ตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นกลยุทธ์ของเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ต้องการหลอกล่อให้ทรัมป์ถล่มอิหร่าน เพื่อเปิดทางให้อิสราเอลจัดการกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่มีใครมาขวาง


ท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปจากทั้งสองวิทยากรสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ “ธุรกิจสงคราม” ขนาดใหญ่ที่เดิมพันด้วยทรัพยากรพลังงานของโลก โดยมีสหรัฐฯ พยายามใช้กำลังเพื่อปลดหนี้สินและฟื้นฟูอำนาจของตนเอง ในขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากการกักตุนน้ำมันและความตระหนกของประชาชน ผลสำรวจที่ระบุว่าคนไทยกว่า 88% ได้รับผลกระทบแล้ว เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีใครหลบพ้นจากเงาของสงครามครั้งนี้ได้ และการบริหารจัดการพลังงานรวมถึงการทูตที่ชาญฉลาดคือทางรอดเดียวที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้
พบกับรายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 15.45 – 16.30 น. ทางช่อง one31 และรับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 18.00 – 18.45 น.
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/jhgNH_YSIGM






