ค่าเงินบาทปรับตัว แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนหลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบสัปดาห์ และแข็งค่าเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคที่ 1.7% (รองจากริงกิตและเปโซ) โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญดังนี้:
• ปัจจัยภายนอก: การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับผลกระทบจากนโยบายของ “ทรัมป์” ในการขึ้นภาษีทั่วโลก 15% รวมถึงความไม่แน่นอนทางกฎหมายและอำนาจของประธานาธิบดีที่อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น เหนือระดับ 5,000-5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้บาทแข็งค่าตามไปด้วย
• ปัจจัยภายใน: ประเทศไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้าและมีภาคการส่งออกที่ดีกว่าที่คาดไว้ อีกทั้งยังมี กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า ทั้งในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยรวมกว่า 1 แสนล้านบาท ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน รวมถึงการลงทุนโดยตรง (FDI) ในกลุ่ม Data Center ที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI
สถานการณ์นี้ส่งผลให้เงินบาทมีความผันผวนสูงขึ้นจากปีที่แล้วมาอยู่ที่ 7.6% ขณะที่ ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ที่ 3.12 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้าแทรกแซงด้วยการซื้อดอลลาร์เพื่อชะลอการแข็งค่า
แนวโน้มในอนาคต: ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในไตรมาสแรกของปี 2569 เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าไปทดสอบที่ระดับ 30.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่โอกาสที่จะหลุดระดับ 30 บาทนั้นยังเป็นไปได้ยาก และอาจเริ่มเห็นแนวโน้มการอ่อนค่าในช่วงครึ่งปีหลังหากนโยบายควบคุมเสถียรภาพทางการเงินเริ่มส่งผล
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






