Affiliate ยุคใหม่: โลกของการทำคอนเทนต์และ Affiliate Marketing ไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อแพลตฟอร์มปรับอัลกอริทึม ยอดวิวและรายได้ของครีเอเตอร์ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครีเอเตอร์หลายคนที่เคยทำรายได้ได้ดีอาจพบว่ายอดวิวดิ่งลงอย่างฉับพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า นั่นคือเหตุผลที่การปรับตัวไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดที่แท้จริงสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
จาก Hard Sell สู่ Lifestyle Content
การรีวิวสินค้าแบบตรง ๆ เริ่มไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อีกต่อไป เพราะผู้คนในปัจจุบันมีความฉลาดทางสื่อสูงขึ้น และสามารถสัมผัสได้ทันทีว่าคอนเทนต์ชิ้นไหนถูกผลิตขึ้นเพื่อ “ขาย” และชิ้นไหนที่ครีเอเตอร์นำเสนออย่างจริงใจ
ครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่าง คุณทิวลิป กัญญาภัค เลือกพลิกแนวทางโดยหยิบเรื่องราวไลฟ์สไตล์ใกล้ตัวมาเป็นแกนหลักของคอนเทนต์ในการทำ Affiliate ยุคใหม่ เช่น การรับเลี้ยงแมวและดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงและอยากติดตามอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นจึงค่อยๆ สอดแทรกสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น อุปกรณ์ดูแลสัตว์เลี้ยง พร้อมลิงก์ Affiliate อย่างแนบเนียนในแบบ Soft Sell
กลยุทธ์นี้มีข้อดีหลายประการ ได้แก่
- ดึง Niche Audience อย่างกลุ่มคนรักสัตว์ให้เข้ามาติดตามอย่างต่อเนื่อง
- สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะผู้ชมเห็นว่าครีเอเตอร์ใช้สินค้าจริงในชีวิตประจำวัน
- เพิ่มโอกาสปิดการขาย เนื่องจากผู้ชมตัดสินใจซื้อจากความไว้วางใจ ไม่ใช่แรงกดดัน
กระจายความเสี่ยงข้ามแพลตฟอร์ม
การพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวเป็นความเสี่ยงที่ครีเอเตอร์มืออาชีพต้องหลีกเลี่ยง เพราะหากแพลตฟอร์มนั้นปรับอัลกอริทึมหรือเปลี่ยนนโยบายเพียงครั้งเดียว รายได้ทั้งหมดอาจหายไปในชั่วข้ามคืน
วิธีที่ชาญฉลาดและประหยัดเวลาที่สุดคือหลักการ One Content, Multi-Platform นั่นคือผลิตวิดีโอหลักเพียงชิ้นเดียว แล้วปรับความยาวและรูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสมกับธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์ม ครอบคลุม 6 ช่องทางหลัก ได้แก่ TikTok, YouTube, Facebook, Instagram, Lemon8 และ Threads
การกระจายคอนเทนต์ในลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์มพร้อมกัน ซึ่งหมายถึงฐานผู้ติดตามที่กว้างขึ้นและรายได้ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว
เข้าใจพฤติกรรมผู้ชมในแต่ละแพลตฟอร์ม
หัวใจสำคัญของการสร้างรายได้จากคอนเทนต์คือการเข้าใจว่าผู้ชมในแต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมและความคาดหวังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การนำคอนเทนต์ชิ้นเดียวไปวางโดยไม่ปรับให้เหมาะสมอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ตรงเป้าหมาย
YouTube และ Facebook คือสองแพลตฟอร์มที่สร้างรายได้ได้อย่างโดดเด่น เพราะครีเอเตอร์สามารถรับเงินได้สองทางพร้อมกัน ทั้งจากค่าโฆษณาที่คิดตามยอดวิว และจากค่าคอมมิชชันผ่านลิงก์ Affiliate อย่าง Shopee หรือ Lazada ที่แนบไว้ในคำอธิบายวิดีโอหรือโพสต์ ผู้ชมบนสองแพลตฟอร์มนี้มักอยู่ในโหมดที่พร้อมรับข้อมูลและตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า
TikTok มีความแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มนี้มีความไวต่อการถูกขายของสูงมาก หากคลิปเปิดมาพร้อมตะกร้าสินค้าสีเหลืองที่โดดเด่นเกินไป หรือมีโทนการนำเสนอที่ดูเหมือนโฆษณา ผู้ชมพร้อมปัดทิ้งภายในไม่กี่วินาที
กลยุทธ์ที่ได้ผลบน TikTok คือการ มอบคุณค่าหรือความบันเทิงก่อนเสมอ เมื่อผู้ชมดูแล้วได้รับอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสนุก หรือความรู้สึกร่วม พวกเขาจะเริ่มสังเกตเห็นตะกร้าสินค้าและตัดสินใจกดซื้อด้วยความสมัครใจ โดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับหรือถูกโน้มน้าว
การสร้างรายได้จากคอนเทนต์อย่างยั่งยืนในยุคนี้ต้องอาศัยสามองค์ประกอบหลักที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ ความยืดหยุ่นในการปรับตัว เมื่ออัลกอริทึมเปลี่ยน ความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ในแต่ละแพลตฟอร์มอย่างลึกซึ้ง และ การนำเสนอสินค้าผ่านไลฟ์สไตล์ อย่างเป็นธรรมชาติและจริงใจ
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






