ป้ายยาให้ซื้อ: จิตวิทยาเบื้องหลังการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์

/
/
/
ป้ายยาให้ซื้อ: จิตวิทยาเบื้องหลังการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์

เคยสงสัยไหมว่าทำไมแค่ดูคลิปสั้น ๆ หรือเลื่อนดูฟีดโซเชียล แล้วก็รู้สึกอยากซื้อของจนต้านทานไม่ไหว ? ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้คิดจะซื้ออะไรเลย แต่พอรู้ตัวอีกที พัสดุก็มาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด เล่นกับจิตวิทยาของผู้บริโภคยุคใหม่จนหลายคนต้อง “ซื้อเพราะสนุก แต่ทุกข์เพราะหนี้”

ทำไมอินฟลูเอนเซอร์ถึงขายของเก่งกว่าดารา ?

ย้อนกลับไปสมัยก่อน การโฆษณาผ่านดาราดังอาจสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้ดี แต่ผู้บริโภคสมัยนี้เริ่มตั้งคำถามว่า “เขาใช้สินค้านี้จริงหรือเปล่า ? หรือแค่รับงานพรีเซนเตอร์ ?”

สิ่งที่ทำให้อินฟลูเอนเซอร์มีพลังมากกว่าก็คือ พวกเขาวางตัวเป็น “เพื่อน” หรือ “คนธรรมดา” ที่ดูเหมือนใกล้ตัวเรามากกว่า การรีวิวของพวกเขาดูเหมือนคนใช้จริงบอกต่อกันเอง สร้างความไว้วางใจว่าสินค้านั้นดีจริง ไม่ใช่แค่อ่านสคริปต์โฆษณา รวมถึงทักษะการเล่าเรื่องและการใช้ภาษาที่เป็นกันเอง ยิ่งทำให้กำแพงการป้องกันตัวของผู้ซื้อลดลง และคล้อยตามได้ง่ายขึ้น

4 ขั้นตอนการ ป้ายยาให้ซื้อ ที่ทำให้เราไม่มีเวลาคิด

ความสำเร็จของการขายผ่านอินฟลูเอนเซอร์มีกระบวนการที่ถูกออกแบบมาเป็นระบบ เพื่อเร่งรัดการตัดสินใจซื้อให้เร็วที่สุด

1. ขยี้ปัญหา – เริ่มต้นด้วยการหยิบยกปัญหาที่กลุ่มเป้าหมายกำลังเผชิญมาพูดถึง ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมและดึงดูดความสนใจ

2. เสนอทางออก – นำเสนอสินค้าเป็น “ฮีโร่” ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน

3. กระตุ้นด้วยความกลัวตกขบวน (FOMO) – สร้างความรู้สึกพิเศษ เร่งด่วน หรือความจำเป็นต้องมีในช่วงเวลานั้น เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อมีเวลาลังเล

4. ปิดการขายให้ไว – ระบบสั่งซื้อที่ออกแบบให้ง่ายที่สุด แค่คลิกเดียวหรือสองคลิกก็จบการขาย ลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจระหว่างทาง

กับดักราคา “พันห้า” ที่ทำให้ซื้อง่าย ๆ

สินค้าที่ขายดีที่สุดผ่านกลยุทธ์นี้มักมีราคาไม่เกิน 1,500 บาท โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ของใช้จุกจิก หรืออาหารเสริม

ทำไมต้องราคานี้ ? เพราะนี่คือระดับราคาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้สึกว่า “ความเสี่ยงต่ำ” สามารถตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ชั่ววูบได้ทันที โดยไม่ต้องคิดนาน ถึงแม้ซื้อมาแล้วใช้ไม่ดี ก็แค่ทิ้งไปโดยไม่เสียดายมาก แต่พอการซื้อเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้รวมกันบ่อย ๆ เข้า ก็กลายเป็นหนี้ก้อนโตได้โดยไม่รู้ตัว

เช็กสัญญาณอันตราย: ที่คุณโดน ป้ายยาให้ซื้อ และกำลังช้อปด้วยอารมณ์หรือเปล่า ?

  • ตกใจเมื่อของมาส่ง – จำไม่ได้ว่าสั่งอะไร หรือกดซื้อตอนไหน นั่นคือสัญญาณว่าอารมณ์กำลังครอบงำ
  • ของกองเต็มบ้านแต่ไม่ได้แกะ – ถ้าเป็นของที่จำเป็นจริงๆ เรามักจะแกะใช้ทันที แต่ถ้ายังวางกองทิ้งไว้ นั่นหมายความว่าความสุขสิ้นสุดตั้งแต่ตอนจ่ายเงิน ไม่ใช่ตอนได้ใช้สินค้า

กลยุทธ์สร้างภูมิคุ้มกันให้กระเป๋าสตางค์: การห้ามใจไม่ให้ซื้อเลยอาจเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถบริหารจัดการให้สมดุลได้

  • กำหนดงบประมาณเพื่อความสุข – จัดสรรงบสำหรับช้อปปิ้งแยกต่างหาก เช่น เดือนละ 1,000-2,000 บาท วิธีนี้ช่วยให้ยังมีความสุขกับการให้รางวัลตัวเองได้ โดยไม่กระทบเงินออมหรือรายจ่ายหลัก
  • ใช้กฎการรอคอย – เห็นของถูกใจให้ลองรอดูสักพัก เช่น รอจนถึงช่วงเทศกาลลดราคาใหญ่ การให้เวลาตัวเองคิดทบทวนจะช่วยลดแรงขับทางอารมณ์ พอถึงเวลาลดราคาจริง ๆ เราอาจพบว่าความต้องการนั้นหายไปแล้ว

พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital