ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต การเขียนโค้ด (Coding) ไม่ได้เป็นเพียงทักษะเฉพาะทางสำหรับโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป แต่กลายเป็น “ภาษาที่สาม” ที่เด็กยุคใหม่ควรเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจโลกดิจิทัล
Coding คือการฝึก “วิธีคิด” ไม่ใช่แค่ “พิมพ์คำสั่ง”
หัวใจสำคัญที่ครูอ้อมเน้นย้ำเสมอคือ การเรียน Coding สำหรับเด็กไม่ใช่การมานั่งท่องจำชุดคำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน แต่คือการฝึก Logical Thinking หรือการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (Problem Solving)
ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้เด็กสามารถย่อยปัญหาใหญ่ให้กลายเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่จัดการได้ ซึ่งไม่เพียงแค่ใช้ในการเขียนโปรแกรม แต่ยังนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกวิชาเรียนและทุกอาชีพในอนาคต
“Unplugged Coding” เริ่มต้นได้โดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์
หลายครอบครัวกังวลเรื่องการให้ลูกจ้องหน้าจอนานเกินไป ครูอ้อมมีทางออกที่เรียกว่า Unplugged Coding คือการสอนตรรกะคอมพิวเตอร์ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
การจัดลำดับขั้นตอน – ลองสอนลูกว่าขั้นตอนการแปรงฟันต้องเริ่มจากอะไร 1-2-3 หรือสูตรการทำแซนด์วิชต้องทำตามลำดับอย่างไร
เกมกระดานหรือกิจกรรมเคลื่อนไหว – ใช้คำสั่งเช่น “เดินหน้า” “ถอยหลัง” “เลี้ยวซ้าย” เพื่อนำทางไปสู่เป้าหมาย วิธีนี้ช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่อง Algorithm (อัลกอริทึม) หรือลำดับขั้นตอนการทำงานได้ตั้งแต่วัยอนุบาล โดยไม่ต้องพึ่งพาสื่อดิจิทัล
เปลี่ยนจาก “ผู้ใช้งาน” เป็น “ผู้สร้าง” ด้วย Visual Programming
เมื่อเด็กพร้อมจะเข้าสู่โลกซอฟต์แวร์ แนะนำให้เริ่มจาก Visual Programming หรือการเขียนโปรแกรมแบบใช้ภาพ เช่น Scratch ซึ่งเป็นการนำ “บล็อกคำสั่ง” มาต่อกันเหมือนจิ๊กซอว์
วิธีนี้ช่วยลดกำแพงเรื่องไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ยากเกินไปสำหรับเด็ก และทำให้เขาได้เห็นผลลัพธ์ทันที ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ตัวการ์ตูนเคลื่อนที่ หรือการสร้างเกมง่าย ๆ ของตัวเอง
สิ่งนี้จะเปลี่ยนบทบาทของเด็กจาก “ผู้เล่นเกม” มาเป็น “ผู้สร้างเกม” ซึ่งช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง
บทบาทสำคัญของพ่อแม่คือ “เพื่อนร่วมเรียนรู้“
ครูอ้อมให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับผู้ปกครองว่า “พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเขียนโคดเป็น” แต่ควรทำหน้าที่เป็น:
ผู้สนับสนุน (Supporter) – คอยให้กำลังใจและรับฟังเมื่อเด็กอยากโชว์ผลงาน แสดงความสนใจในสิ่งที่ลูกสร้างขึ้นมา
ผู้ตั้งคำถาม (Inquirer) – เมื่อเด็กติดปัญหา แทนที่จะบอกคำตอบตรงๆ ลองถามว่า “ลูกคิดว่าทำไมมันถึงไม่ทำงาน ?” หรือ “ลองเปลี่ยนวิธีดูไหม ?” เพื่อฝึกให้เด็กไม่กลัวความผิดพลาด และเรียนรู้จากการลองผิดลองถูก (Trial and Error)
การส่งเสริมให้เด็กเรียน Coding ไม่ใช่การกดดันให้เขาต้องเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ในอนาคต แต่คือการมอบเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
พบกับ “ทิน โชคกมลกิจ” และ “โค้ชหนุ่ม” ได้ใน “เงินทองของจริง”
ออกอากาศทาง ช่อง one31 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.50 – 08.00 น.
รับชมรีรันได้ทางช่อง GMM25 เวลา 10.30 – 10.40 น. และช่องทางออนไลน์ TERO Digital






