ในยุคที่ซื้อง่ายขายคล่อง เกิดเรื่องราวสุดอลเวง ! เสียเงินเกือบ 3 หมื่น ซื้อโทรศัพท์แต่ไม่ได้ของ ด้านบัญชีรับเงินอ้าง “เป็นแพะ” ไม่รับรู้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง บริสุทธิ์ใจ สรุปแล้วใครต้องรับผิดชอบ ?
วันที่ 15 พ.ค. 68 คุณ วรายุทธ ปิ่นใจ (ซิก) ผู้เสียหาย ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ "โทรศัพท์ไม่เถียง" ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย สวิตต์ ลีละพงศ์วัฒนา ว่า ตนเห็นโพสต์ขายโทรศัพท์ในกลุ่ม เขาอ้างว่าซื้อมาจากฮ่องกงราคาถูกกว่าท้องตลาด ตนสนใจจึงโทรไปสอบถาม และได้ตรวจสอบโปรไฟล์บางส่วนแล้วมีความน่าเชื่อถือ เขาขับรถหรู เที่ยวเมืองนอก ตนจึงเชื่อแล้วทำการโอนเงินเดี๋ยวนั้นเลย ก่อนรู้ตัวว่าโดนหลอกตนโทรไปแต่โทรไม่ติด หลังจากนั้นตนก็สืบจากชื่อจนเจอบุคคลที่ชื่อตรงกับบัตรประชาชนที่โดนโกง สืบจนได้เบอร์โทรศัพท์คุณแม่ของเขา แต่แม่เขาบอกไม่รู้เรื่อง

ด้าน ภาณุพงศ์ ดีหา (พี) เจ้าของบัญชีรับเงิน เล่าว่า มีคนโดนหลอกโดยใช้บัญชีของตนประมาณ 6-7 คน เสียหายประมาณ 2 แสนกว่าบาท ตนคิดว่าตนถูกตัดต่อบัตรประชาชน เพราะว่ามีรายละเอียดหลายส่วนไม่ตรงกัน บัญชีที่โดนกล่าวหาเป็นบัญชีที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดให้ เพื่อเป็นบัตรนักศึกษา ซึ่งเป็นบัญชีที่ไม่ค่อยมีการทำรายการ ตั้งแต่เปิดบัญชีมีการแจ้งเตือนอยู่ตลอด ล่าสุดคือที่พี่สาวโอนให้ 2 หมื่นบาท เพื่อทำบ้าน หลังจากนั้นเป็นคุณซิกที่โอนเข้ามาตนไม่ทราบว่ามียอดโอนเข้ามา

โดยปกติมีแจ้งเตือนการทำรายการตลอด แต่ยอด 2.9 หมื่น ไม่มี ส่วนมากตนถอนเงินโดนใช้แอปพลิเคชันของธนาคาร ทางบัญชีนี้ตนไม่เคยนำไปสมัครเว็บพนัน หรือธุรกรรมในทางที่ไม่ดี ข้อมูลส่วนตัวของตนไม่เคยถ่ายรูปบัตรประชาชนให้ใคร
พ.ต.ท. ดร.ธนันวัฒน์ ธีรพัฒน์ชญากุล อาจารย์ประจำคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้ความเห็นว่า ตนไม่ตัดสินแต่ตามพยานหลักฐานที่ตนเห็นจาก เบื้องต้น Statement มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ จุดที่น่าสนใจคือ ในการถอนเงินออกใช้วิธีการถอนเงินผ่านการซื้อขายสินค้าหรือผ่านทางเว็บไซต์

มีความเป็นได้สูงว่าบัญชีจะถูกแฮก เจ้าของบัญชีรับเงินไม่เคยใช้ Internet Banking ใช้แค่แอปในโทรศัพท์ แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นในวันที่ผู้เสียหายร้อง แต่เส้นทางการเงินที่โอนออกน่าสนใจ ซึ่งทำไมไม่โอนออกเป็นยอดเดียว สิ่งหนึ่งที่ตนสังเกตเห็นเขาน่าจะซื้อของที่มูลค่าประมาณ 5 พันบาท และสินค้านั้นต้องสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ มองได้เลยว่าลักษณะแบบนี้ไม่ใช่การทำธุรกรรมปกติของเจ้าของบัญชีรับเงิน
ด้าน สายหยุด เพ็งบุญชู ทนายความ ให้ความเห็นด้านกฎหมายว่า ถ้าตั้งข้อสันนิษฐานว่ามีคนแฮกบัญชี ลักษณะนี้เบื้องต้นผู้เสียหายต้องไปแจ้งความ และตามร่องรอยการเดินบัญชี เจ้าของบัญชีต้องร้องทุกข์พนักงานสืบสวนเขาสามารถตรวจสอบให้ได้ไม่ยาก
สุจิตรา (นิว) แม่เจ้าของบัญชีรับเงิน เล่าว่า ตนก็สอบถามลูก ลูกบอกว่าเขาไม่ได้ทำ ตนเลยให้ลูกไปแจ้งความและโทรแจ้งอายัดบัญชีจากสำนักงานใหญ่ ในวันเกิดเหตุทางธนาคารแจ้งว่ามีเงินค้างอยู่ 2.8 หมื่น แต่วันต่อมาเงินหาย ซึ่งตนไม่รู้ว่าหายไปไหน ตนก็ต้องพิสูจน์ตัวเองและลูกเพื่อดำเนินเรื่องเกี่ยวกับบัญชีธนาคารให้ถึงที่สุด

หนุ่ม ผู้เสียหายอีกคน เล่าว่า ตนซื้อของออนไลน์เป็นปกติอยู่แล้ว ตนตรวจสอบผู้ขายทุกอย่าง เขาลดราคาสินค้าเหมือนจงใจให้ตนซื้อ ตนถึงขั้นวิดีโอคอลแต่ก็ยังถูกหลอก ตนคิดว่าน้องพีเป็นคนละคนกับคนที่โกงตน เพราะน้ำเสียงและวิธีการพูดคนละวิธีกัน ตนสงสัยว่าถ้าไม่มีความตั้งใจปล่อยบัญชีให้คนอื่นใช้ทำไมถึงไม่ปิดบัญชี
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.30-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/0JtR9OaBoc8?si=8mpHuKiZjyQHMjDG






