“คำสาปอาถรรพ์” ! จาก “พระเจ้าแตงหวาน” สู่ “กษัตริย์กัมพูชา” ใต้เงา “ฮุน เซน”

/
/
“คำสาปอาถรรพ์” ! จาก “พระเจ้าแตงหวาน” สู่ “กษัตริย์กัมพูชา” ใต้เงา “ฮุน เซน”
เปิดที่มาแห่งความขัดแย้งไทย–กัมพูชา เริ่มต้นจากอะไร ? (ภาค 2) ขณะเดียวกันพลทหาร เหยียบ “ทุ่นระเบิด” ขาขาดอีก 1 นาย บริเวณปราสาทตาควาย ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ประณามกัมพูชา ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง-อนุสัญาออตตาวาไม่หยุด !
 
วันที่ 28 ส.ค. 68 คุณ ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ว่า เมื่อรวมอาณาจักรเจนละและฟูนันเข้าด้วยกัน จึงเริ่มเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “จักรวรรดิขอม” โดยนับเริ่มจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 จักรวรรดิขอมมีพระมหากษัตริย์ทั้งหมด 39 พระองค์ ในช่วงเวลา 630 ปี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่ากษัตริย์ทุกพระองค์จะมีราชวงศ์วรมัน เพราะหากดูจากรายชื่อกษัตริย์ในประวัติศาสตร์กัมพูชา จะพบว่ามีถึง 122 พระองค์ ไม่นับรวม “กษัตริย์ตรี” อีก 4 พระองค์ ซึ่งอยู่ในยุคและสมัยที่แตกต่างกัน
 
ถกไม่เถียง : “คำสาปอาถรรพ์” ! จาก “พระเจ้าแตงหวา
 
ศิลาจารึกในยุคนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์ และในอีกนัยหนึ่ง ก็เป็นเครื่องมือในการรับรองอำนาจปกครองของกษัตริย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาชิงบัลลังก์ เช่นเดียวกับกรณีของพระเจ้าอโศกมหาราช แม้ว่าศิลาจารึกจะไม่ได้ถูกจารึกในเชิงคำสาปโดยตรง แต่ในภายหลัง ผู้คนบางกลุ่มตีความว่าเนื้อหาในศิลาจารึกบางชิ้นเป็นคำสาปที่ส่งผลต่อชะตากรรมของอาณาจักร
 
เมื่ออาณาจักรเริ่มมีความมั่นคง ก็เริ่มมีการก่อสร้างปราสาทและสะสมความยิ่งใหญ่ จนมาถึงยุคของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งถือเป็นกษัตริย์ลำดับที่ 19 ของจักรวรรดิขอม พระองค์ทรงเริ่มก่อสร้างนครวัด และครองราชย์อยู่ถึง 37 ปี แต่ยังไม่สามารถสร้างนครวัดให้เสร็จสมบูรณ์ได้ ลูกหลานของพระองค์จึงรับหน้าที่สร้างต่อ ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 70 ปี
 
ต่อมาได้เกิดสงครามยาวนานถึง 5 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของอาณาจักร ทำให้กลุ่มจามเห็นโอกาสในการรุกราน จนในที่สุดกษัตริย์องค์ใหม่ได้รวบรวมไพร่พลและฟื้นฟูอาณาจักรอีกครั้ง นั่นคือพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
 
จักรวรรดิขอมสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 1974 (ค.ศ. 1431) โดยกษัตริย์องค์สุดท้ายคือองค์ที่ 39 ซึ่งเป็นลูกหลานของพระเจ้าแตงหวาน สืบทอดราชวงศ์ต่อมาอีก 9 พระองค์ ก่อนที่อาณาจักรจะเข้าสู่ยุคมืดที่เรียกว่า “จตุมุข” จากนั้นสืบต่อเป็นยุคระแวก ยุคเสรีสุนทร และในที่สุดคือยุคของพระนโรดม ซึ่งเรียกว่า “อุดง” โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ “อุดรเมียนเจย” สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกัมพูชาในยุคใหม่
 
ถกไม่เถียง : “คำสาปอาถรรพ์” ! จาก “พระเจ้าแตงหวา
 
รศ. ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า มีการตีความเกี่ยวกับคำสาปในศิลาจารึกว่า ใครก็ตามที่โค่นล้มราชวงศ์วรมัน จะไม่มีความเจริญรุ่งเรือง จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของต่างชาติ และจะต้องเผชิญกับความรุนแรงและการเข่นฆ่า
 
มีผู้ตีความเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่การขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าแตงหวาน กัมพูชาเข้าสู่สังคมที่ “ต้องคำสาป” เพราะประวัติศาสตร์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยการสังหาร การล้างราชวงศ์ และเข้าสู่ยุคมืดเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีความเจริญก้าวหน้า
 
คำสาปนี้ยังสัมพันธ์กับตำนานและการตีความทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ ที่สอดคล้องกัน เช่น ตำนานพระโคพระแก้ว ซึ่งกล่าวถึงการเข้าสู่ยุคมืดของกัมพูชา อีกทั้งยังมีการวาดภาพ “สยาม” ให้เป็นศัตรูหรือผู้ร้าย ที่เข้ามารุกรานและทำลายอารยธรรมของกัมพูชา ซึ่งทำให้ “สยาม” กลายเป็นตัวละครสำคัญที่ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ช่วงยาวของกัมพูชา
 
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น.  ทางช่อง 7HD กด 35
 

 
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/mTi1-9Uvyro?si=mzKLsvCpzHrbcA0X