นายกฯ อนุทิน เมินตอบสแกมเมอร์กัมพูชา ! สังคมสงสัยมี ไทยเทา เอี่ยว แรงกดดันจากนานาชาติ สู่คำถามถึงรัฐบาลไทย หลังนายกฯ เลี่ยงตอบปม แก๊งคอลเซนเตอร์ ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา หลังประเทศเกาหลีใต้ประกาศจุดยืนอย่างแข็งกร้าวในการจัดการปัญหา แก๊งคอลเซนเตอร์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่ปฏิบัติการจากฝั่งกัมพูชา
วันที่ 15 ต.ค. 68 คุณอนาลโย กอสกุล แอดมินเพจ ThaiArmedForce ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ การที่นายกรัฐมนตรีตอบคำถามลักษณะนี้หลายครั้ง ทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนว่า เหตุใดประเทศไทยจึงยังไม่จริงจังกับการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์เท่าที่ควร ทั้งที่นานาชาติได้ดำเนินการไปมากแล้ว

พล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ แสดงความเห็นตรงกันว่า การให้ข้อมูลของกัมพูชาในลักษณะนี้ขาดความชัดเจน โดยเฉพาะการไม่มีภาพถ่ายหรือหลักฐานยืนยัน ทำให้เกิดข้อกังขาว่าเป็นการ แถ เพื่อประวิงเวลาหรือไม่

ด้านคุณช่อ พรรณิการ์ วานิชย์ แกนนำคณะก้าวหน้า ยิ่งตั้งคำถาม โดยชี้ว่าคำตอบ "มีคนรับผิดชอบอยู่แล้ว" นั้น หมายถึงตัวนายกรัฐมนตรีเองหรือไม่ ในเมื่อท่านดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ และยังมีการพาดพิงถึงรัฐมนตรีอีก 2 ท่าน ที่มีข้อสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ทำให้เกิดความกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนตามมาเบื้องหลังผลประโยชน์ทับซ้อน ? ไทยเทา และเครือข่ายสแกมเมอร์

คุณช่อ พรรณิการ์ ยังได้ขยายความถึงประเด็นที่อาจเป็นเบื้องหลัง ของการที่ไทยยังไม่สามารถจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างเด็ดขาด โดยอ้างอิงถึงข้อมูลที่ระบุว่า มีกลุ่ม ไทยเทา จีนเทา และ เขมรเทา ที่เข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้กับแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ นอกจากนี้ ยังมีการเอ่ยถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีความใกล้ชิดกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับโลก อาทิ นายเฉิน จื้อ ประธาน Prince Holding Group ซึ่งถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร และนายเบน สมิธ ที่ปรึกษาของนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวรภักดิ์ ตันยากิจ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง"ถ้าบริสุทธิ์ใจ ทำไมไม่ไปให้ข้อมูล ? คุณธรรมนัสรับเชิญไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ แล้ว แต่ไม่ไป ทั้งที่หลักฐานการรู้จักกับนายเบนสมิธเป็นที่ประจักษ์ชัด คุณช่อกล่าวโอกาสทองในการชิงธงนำ ปราบสแกมเมอร์
ขณะที่ พลเอก รังษี มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นโอกาสทอง ที่ประเทศไทยจะใช้แรงกดดันจากนานาชาติในการจัดการปัญหาชายแดน และการปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกำหนดการที่นายกรัฐมนตรีจะพบกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาเลเซียในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้"เป็นโอกาสที่จะแสดงความจริงจังในการแก้ปัญหา สร้างความเชื่อมั่น และอาจนำไปสู่การจัดตั้ง Joint Task Force ร่วมกับสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และอังกฤษ เพื่อปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มทุนสีเทาในกัมพูชา พลเอก รังษี กล่าวคุณอนาลโย เสริมว่า ประเทศไทยควรจะชิงธงนำ ในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่รอให้ประเทศอื่นเข้ามาจัดการเพียงอย่างเดียว
พร้อมเสนอให้มีการแบ่งปันข้อมูล และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันอย่างไรก็ตาม คำถามที่ยังคงค้างคาใจประชาชนคือ ท่าทีของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี จะนำไปสู่การปฏิบัติการที่จริงจังและเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหา 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์' ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยและชาวต่างชาติได้หรือไม่ หรือจะยังคงดำเนินรอยตามรูปแบบเดิมที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือและข้อกังขา
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35






