“โจ๊ก” ท้าชน “แก๊งผู้เฒ่า” ปทุมวัน แฉไม่ยั้ง พังเป็นพัง หวังกลับมานั่ง “ผบ.ตร.” ?

/
/
“โจ๊ก” ท้าชน “แก๊งผู้เฒ่า” ปทุมวัน แฉไม่ยั้ง พังเป็นพัง หวังกลับมานั่ง “ผบ.ตร.” ?
เกาะติดสถานการณ์การเมือง ที่รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา “สแกมเมอร์” สู่ภาพสะท้อน “ช่องว่างในการบริหารและความโปร่งใส” ที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานฟอกเงินของขบวนการข้ามชาติ และทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานานาชาติ
 
ถกไม่เถียง : “โจ๊ก” ท้าชน “แก๊งผู้เฒ่า” ปทุมวัน
 
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ/รองหัวหน้าพรรคประชาชน และคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร และ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาพูดคุยผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ 
 
โดยคุณวิโรจน์ เผยว่า ระหว่างการพูดคุยกับผู้แทนจากหลายประเทศ ต่างตั้งคำถามตรงกันว่า หากต้องการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อร่วมปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศไทย พวกเขาควรติดต่อกับใคร เพราะแม้รัฐบาลไทยจะมีการลงนาม MOU ระหว่าง 15 หน่วยงานแล้ว แต่ยังไม่มีการแต่งตั้ง “หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจ” ที่มีอำนาจจริงในการสั่งการและประสานงานกับต่างประเทศ
 
ถกไม่เถียง : “โจ๊ก” ท้าชน “แก๊งผู้เฒ่า” ปทุมวัน
 
ประเทศคู่เจรจา เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเกาหลีใต้ ต่างได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำสถานทูตในไทย เพื่อประสานงานเรื่องการปราบขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ แต่ประเทศไทยกลับยังไม่มีผู้รับผิดชอบหลักในระดับปฏิบัติ ส่งผลให้ไม่สามารถจัดการประชุมหรือวางแผนร่วมกันได้ ทั้งที่หลายประเทศมีข้อมูลผู้ต้องสงสัยและเส้นทางการเงินพร้อมแล้ว เหลือเพียงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับไทยเพื่อดำเนินการจริง
 
ขณะเดียวกัน ขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติถูกมองว่าเป็นศูนย์รวมของอาชญากรรมร้ายแรง ทั้งการค้ามนุษย์ ฟอกเงิน และยาเสพติด โดยเฉพาะในกัมพูชาที่มีมูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 4-7 แสนล้านบาทต่อปี ส่วนประเทศไทยมีประชาชนถูกหลอกลวงรวมกว่า 115,000 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยวันละกว่า 300 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนปัญหาอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
 
นายกรัฐมนตรีเคยยอมรับว่า ประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นศูนย์กลางของขบวนการสแกมเมอร์ แต่กลับกลายเป็น “ฐานการฟอกเงิน” จากอาชญากรรมในประเทศเพื่อนบ้าน เงินสกปรกเหล่านี้ถูกส่งเข้ามาผ่านระบบการเงินไทยก่อนจะส่งต่อไปประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์ ผ่านกองทุนส่วนบุคคลหรือการลงทุนที่ดูถูกกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ไทยถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินโดยไม่รู้ตัว
 
สถานการณ์นี้ทำให้หลายประเทศเริ่มตั้งข้อสงสัยต่อบทบาทของไทย หากยังไม่เร่งแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจและจัดระบบความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศไทยอาจถูกมองว่าไม่ใช่พันธมิตรในการปราบอาชญากรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ร่วมสมคบคิดในเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติแทน
 
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่ตนออกมาแสดงความเห็นต่อปัญหาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีหรือทำลายองค์กร แต่เป็นการตอบคำถามของสื่อจากประสบการณ์ทำงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งพบว่าปัญหาใหญ่ของตำรวจไทยคือโครงสร้างและการบริหารที่ไม่โปร่งใส จนทำให้ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรเริ่มสั่นคลอน
 
ถกไม่เถียง : “โจ๊ก” ท้าชน “แก๊งผู้เฒ่า” ปทุมวัน
 
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ระบุว่า ปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดขณะนี้อยู่ในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่บางกลุ่มเกี่ยวข้องกับการรับเงินจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่า มีเว็บพนันในประเทศกว่า 50,000 เว็บไซต์ แต่ละเว็บจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่เฉลี่ยเดือนละ 40,000–50,000 บาท คิดเป็นเงินหมุนเวียนราว 400 ล้านบาทต่อเดือน หรือหลายพันล้านบาทต่อปี เงินจำนวนนี้ไม่ได้กระจายถึงตำรวจชั้นผู้น้อย แต่ตกอยู่ในมือของผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพียงไม่กี่ราย
 
พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนเคยส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนบหลักฐานการโอนเงินอย่างละเอียด แต่ตลอดเวลากว่าหนึ่งปี กลับไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เป็นเรื่องที่สามารถสั่งตรวจสอบได้ทันที การเพิกเฉยเช่นนี้ทำให้ปัญหาลุกลามและกลายเป็นกรณีอื้อฉาวในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเหตุให้ตนถูกโจมตี ทั้งที่ได้แจ้งข้อมูลต่อผู้บังคับบัญชามาก่อนแล้ว
 
ยืนยันว่า สิ่งที่พูดเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และพูดในฐานะผู้รักองค์กรตำรวจอย่างแท้จริง มิได้มีเจตนาจะทำลาย ตรงกันข้ามต้องการให้เร่งแก้ไข เพราะหากปล่อยให้ความไม่โปร่งใสฝังรากลึก ตำรวจชั้นผู้น้อยจะต้องทำงานยากขึ้นจากการขาดความไว้วางใจของประชาชน ตำรวจดีจำนวนมากจะพลอยเสียชื่อเสียง ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ
 
ท้ายที่สุด พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ แสดงความกังวลต่ออนาคตขององค์กรตำรวจ ที่กำลังถูกลดบทบาทและอำนาจลงจากการปรับโครงสร้างให้บางหน่วยขึ้นตรงต่อกระทรวงอื่น เขาตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจว่า หากยังแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณธรรมมาบริหาร และละเลยต่อปัญหาที่เห็นอยู่ตรงหน้า องค์กรตำรวจจะดำรงอยู่ได้อย่างไรในสายตาประชาชน และศรัทธาที่ประชาชนมีต่อ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” จะหลงเหลืออยู่เพียงใด
 
ถกไม่เถียง : “โจ๊ก” ท้าชน “แก๊งผู้เฒ่า” ปทุมวัน
 
สุดท้าย ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและความล้มเหลวของระบบบังคับใช้กฎหมายในไทย หลายประเทศยังไม่ทราบว่าควรประสานงานกับใคร เพราะไทยยังไม่มีหัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจด้านไซเบอร์ ความไม่โปร่งใสในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ยังมีเจ้าหน้าที่บางกลุ่มรับเงินจากเว็บพนันกว่า 50,000 เว็บไซต์ รวมมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี แม้จะส่งหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สอบสวน แต่ก็ไม่คืบหน้า และการออกมาเปิดเผยข้อมูลไม่ได้มีเจตนาทำลายองค์กรตำรวจ แต่เพื่อเรียกร้องให้เร่งปฏิรูปและฟื้นความศรัทธาจากประชาชน ก่อนที่ประเทศไทยจะถูกมองว่าเป็นฐานฟอกเงินของอาชญากรรมข้ามชาติแทนที่จะเป็นพันธมิตรในการปราบปราม
 
ติดตาม รายการ “ถกไม่เถียง” ดำเนินรายการโดย “ทิน โชคกมลกิจ” ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 17.20-18.00 น.  ทางช่อง 7HD กด 35
 

 
ชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/usmwXsgFtr0?si=XdEVr1Hzs0Yb8qwt