เกษตรกรไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากราคาขายผลผลิตที่ไม่เหมาะสม ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย จากข้อมูลกรมตรวจบัญชีสหกรณ์พบว่า หนี้สินเฉลี่ยของสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในปี 2566 อยู่ที่ 219,192 บาทต่อคน เพิ่มขึ้น 4.44% จากปีก่อน และหนี้ NPL ในปี 2567 มีมูลค่า 51,682.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.01%
มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินจากกรมส่งเสริมสหกรณ์
รัฐบาลผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เพิ่มความเข้มข้นในการแก้ไขปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ด้วยการตั้งคณะทำงานลงลึกระดับจังหวัดและจัดทีมโค้ชร่วมปรึกษาแก้หนี้อย่างยั่งยืน ตั้งเป้าหมายปี 2568 ลดมูลหนี้ค้างชำระไม่ต่ำกว่า 25%
เป้าหมายหลัก 7 ประการ
1. ตลาดนำการผลิต
2. การแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์ – เป้าหมายอย่างน้อย 25% ของหนี้ NPL
3. การส่งเสริมปริมาณธุรกิจสหกรณ์ – เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3%
4. ฟื้นฟูสหกรณ์ที่ขาดทุนสะสม – ให้มีกำไรเพิ่มขึ้น 25%
5. การพัฒนาความเข้มแข็งของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร – เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2%
6. การพัฒนาบุคลากรของสหกรณ์และของกรม
7. การพัฒนาศักยภาพการทำงานให้สูงขึ้น
กรอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สิน
1. การสร้างข้อมูลและองค์ความรู้
– สร้างฐานข้อมูลลูกหนี้
– สอบทานความสามารถในการชำระหนี้ของสมาชิกโดยจำแนกกลุ่ม
– ให้องค์ความรู้กระบวนการจัดการสินเชื่อ
2. การแก้หนี้เก่าให้ลดและปลดหนี้ได้
– กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ที่มีปัญหา
– บริหารจัดการหนี้ตามศักยภาพลูกหนี้
– ปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ยและค่าปรับ ขยายระยะเวลาการชำระหนี้
3. การปล่อยหนี้ใหม่ที่ตอบโจทย์
– ปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ตรงกับศักยภาพและความเสี่ยงของสมาชิก
– ส่งเสริมการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ
– สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
4. การเพิ่มรายได้และศักยภาพครัวเรือนเกษตร
– ส่งเสริมอาชีพหลักและอาชีพเสริม
– สนับสนุนการเข้าถึงช่องทางการตลาดที่มากขึ้น
5. การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและความรู้ทางการเงิน
– สร้างวินัยทางการเงินให้กับสมาชิก
โครงการช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท
คณะรัฐมนตรี (นบข.) ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ในโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและนาปรัง วงเงินมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท
รายละเอียดโครงการ
– เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้เงินไร่ละ 1,000 บาท
– ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท
– เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 68/69 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร
– ธ.ก.ส. จะดำเนินการโอนเงินให้กับเกษตรกรภายในเดือนกันยายน 2568
สามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่: Chongkho.inbaac.com
โครงการอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
นโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย”
มาตรการบริหารจัดการผลผลิตลำไยพันธุ์อีดอในพื้นที่ภาคเหนือ โดยบูรณาการร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ได้แก่
– ห้างค้าปลีกสมัยใหม่
– ตลาดกลางสินค้าเกษตร
– ผู้ส่งออก
– สมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้งภาคเหนือ
– ภาคเอกชนที่เข้ามาทำกิจกรรม CSR
– บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
– หน่วยงานภาครัฐต่างๆ
ไปรษณีย์ไทย ยังช่วยเกษตรกรกระจายลำไยสดตรงจากสวนถึงปลายทางทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบราคาจำหน่ายลำไยพันธุ์อีดอได้ที่เว็บไซต์ thailandpostmart
มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าด้วย
– เลื่อนการชำระหนี้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ
– มาตรการฟื้นฟูและเสริมสภาพคล่องเกษตรกร วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท
ทุกภาคส่วนกำลังออกนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตทั้งการเมืองและภัยธรรมชาติ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนควบคู่กับการเพิ่มรายได้และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับเกษตรกร การบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วนจะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถฟื้นตัวและพัฒนาต่อไปได้อย่างมั่นคง




