ในช่วงหน้าทุเรียนปีนี้ เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างล้นหลามแต่ราคาขายกลับถูกลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของภาคเกษตรไทยในปัจจุบัน
ผลผลิตผลไม้เพิ่มขึ้นกว่าเฉลี่ย
ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตร คาดการณ์ว่าในปี 2568 ปริมาณผลผลิตผลไม้เศรษฐกิจหลักของไทยจะเพิ่มขึ้นกว่า 21.8% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 1.2 เท่า โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น 6.1% ทำให้ต้นไม้ได้รับน้ำเพียงพอและให้ผลผลิตมากกว่าปีก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายจากการส่งออกผลไม้สดกลับคาดว่าจะลดลง 6% เนื่องจากราคาที่ลดลงเป็นหลัก
ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีน
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาผลไม้ไทยปรับตัวลดลง คือความเสี่ยงจากการที่ไทยพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่สูงมาก โดยสถิติการส่งออกแสดงให้เห็นว่า
– ทุเรียนสด ไทยส่งออกไปจีนถึง 97%
– ลำไยสด ส่งออกไปจีน 73%
– มังคุดสด ส่งออกไปจีน 31%
ความท้าทายใหม่ในตลาดจีน
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญ ได้แก่:
การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น – คู่แข่งของไทยแย่งส่วนแบ่งตลาดในจีนมากขึ้น โดยจีนหันไปนำเข้าผลไม้สดจากเวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซียในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่นำเข้าจากไทยลดลง
มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด – จีนเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะมาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียน เช่น สาร BY2 (Basic Yellow 2) และแคดเมียม (Cadmium)
สถานการณ์ผลไม้แต่ละชนิด
ลำไยภาคเหนือ
ผลผลิตลำไยจาก 8 จังหวัดภาคเหนือในปี 2568 มีปริมาณรวม 1.06 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นยาวนาน เอื้ออำนวยต่อการติดดอกและไม่ได้รับผลกระทบจากแล้ง
ราคาลำไย ณ เดือนกรกฎาคม 2568 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีแผนบริหารจัดการเน้นการแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง น้ำลำไยสกัดเข้มข้น ลำไยกระป๋อง และผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ
ทุเรียนภาคเหนือตอนล่าง
ผลผลิตทุเรียนจาก 6 จังหวัด (อุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ พิษณุโลก ตาก และน่าน) มีปริมาณรวม 54,486 ตัน เพิ่มขึ้น 12.47%
ราคาทุเรียน ณ กรกฎาคม 2568 แบ่งตามเกรดคุณภาพ:
– เกรด A-AB: 75-80 บาท/กิโลกรัม
– เกรด C: 50-70 บาท/กิโลกรัม
– ตกเกรด: 35-45 บาท/กิโลกรัม
– คละเกรด: 70-85 บาท/กิโลกรัม
แนวทางการปรับตัวสำหรับเกษตรกร
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ผลผลิตล้นแต่ราคาตก เกษตรกรสามารถปรับตัวได้หลายวิธี:
1. เพิ่มช่องทางการขาย
– ขายผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, TikTok
– ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Thailand Post Mart
– สร้างช่องทางขายตรงถึงผู้บริโภค
2. แปรรูปเพิ่มมูลค่า
ผลไม้อบแห้ง – เปลี่ยนผลไม้สดให้กลายเป็นของขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ เพิ่มความหลากหลายให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ
ชาผลไม้ – แปรรูปเป็นชาผลไม้บริสุทธิ์หรือผสมกับสมุนไพร สร้างเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่หวานจากธรรมชาติ 100%
แยมผลไม้ – สร้างสรรค์แยมรสชาติใหม่ เช่น แยมทุเรียน แยมมะม่วง ที่กินง่าย เก็บรักษาได้นาน และเข้าถึงได้ทุกวัย
ผลไม้ทอดกรอบ – ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชอบของขบเคี้ยว เช่น ทุเรียนทอด มะม่วงทอด เปิดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่ชอบกินผลไม้สด
น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ – ในยุคที่คนใส่ใจสุขภาพ น้ำผลไม้ไร้น้ำตาล หรือน้ำผลไม้ผสมส่วนผสมธรรมชาติ เช่น ดอกเก๊กฮวย เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
สถานการณ์ผลไม้ไทยปี 2568 แม้จะมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เกษตรกรต้องเผชิญความท้าทายจากราคาที่ตกต่ำและการแข่งขันในตลาดส่งออก การปรับตัวด้วยการเพิ่มช่องทางการขายและการแปรรูปเพิ่มมูลค่าจึงเป็นทางออกสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนได้ในระยะยาว
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






