ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาก้าวหน้า คุณภาพชีวิตดีขึ้น และอัตราการเสียชีวิตลดลง ทำให้ประชากรทั่วโลกมีอายุยืนยาวขึ้น ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่สำคัญ จากสังคมที่มีประชากรวัยเด็กและวัยทำงานเป็นหลัก กลายเป็นสังคมที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อโครงสร้างครอบครัวและชุมชน แต่ยังกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมโดยรวม ทั้งในแง่ของความท้าทายและโอกาสใหม่ที่เกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการ
ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว
ประเทศไทยในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวแล้ว โดยการจำแนกสังคมผู้สูงอายุจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามสัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ดังนี้
1. สังคมสูงวัย (Aging Society) – มีผู้สูงอายุมากกว่า 10% ของประชากรทั้งหมด
2. สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) – มีผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด
3. สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) – มีผู้สูงอายุมากกว่า 28% ของประชากรทั้งหมด
ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และคาดการณ์ว่าจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอดภายในปี 2574 หรืออีกเพียง 6 ปีข้างหน้า
เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคเหนือมีผู้สูงอายุมากที่สุด โดยเฉพาะจังหวัดลำปางที่ได้เข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดแล้ว ด้วยประชากรสูงวัยถึง 28%
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
การเป็นสังคมผู้สูงวัยส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในหลายมิติ ได้แก่
– งบประมาณด้านสาธารณสุข เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
– การบริโภคภายในประเทศ มีแนวโน้มชะลอตัวลง
– ความต้องการสินค้าและบริการด้านสุขภาพ เพิ่มสูงขึ้น
– วัยแรงงาน มีจำนวนลดลงในขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นโยบายส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ
กระทรวงแรงงานได้ออกนโยบายขยายโอกาสด้านอาชีพและการทำงานสำหรับผู้สูงอายุ ผ่านโครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ โดยมีแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้สูงอายุที่ต้องการทำงาน
เงื่อนไขการจ้างงานผู้สูงอายุ
1. ค่าตอบแทน อย่างน้อยชั่วโมงละ 45 บาท
2. ลักษณะงาน ต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัย เช่น งานด้านการค้าหรืองานหัตถกรรมพื้นบ้าน
3. เวลาทำงาน ไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมง และไม่เกินสัปดาห์ละ 6 วัน เพื่อให้เหมาะสมกับข้อจำกัดทางกายภาพและสุขภาพ
สิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ
ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 กำหนดสิทธิและสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุครอบคลุม 13 ข้อหลัก ดังนี้
1. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
– อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาทต่อเดือน
– อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาทต่อเดือน
– อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาทต่อเดือน
– อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาทต่อเดือน
2. การลดหย่อนค่าโดยสาร
ส่วนลด 50% สำหรับ รถประจำทาง เรือโดยสาร รถไฟฟ้า MRT, BTS และแอร์พอร์ตเรียลลิงค์
3. สิทธิทางภาษี
บุตรที่เลี้ยงดูบิดามารดาสามารถขอลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาทต่อผู้สูงอายุ 1 คนต่อปี
4. การปรับสภาพที่อยู่อาศัย
ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจนสามารถขอปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในอัตราเหมาจ่าย 22,500 บาท หรือ 40,000 บาท
5. สิทธิทางอาชีพ
ให้คำปรึกษาการรับสมัครงาน ตำแหน่งงานว่าง และการฝึกอาชีพ ผ่านสำนักงานจัดหางานจังหวัด
6. การบริการสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวก
จัดให้มีลิฟต์ ราวบันได ทางลาด ที่จอดรถ และการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในสถานที่สาธารณะ
7. สิทธิทางการศึกษา
กศน. พัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ตลอดชีวิตตามความต้องการ
8. สิทธิทางการแพทย์และสาธารณสุข
ได้รับบริการผ่านช่องทางพิเศษในสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
9. สิทธิการช่วยเหลือทางกฎหมาย
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย รวมถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายและค่าธรรมเนียมขึ้นศาล
10. ยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ
เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
11. สิทธิการมีส่วนร่วมในกิจการสังคม
ได้รับการส่งเสริมให้มีกิจกรรมสังคมภายในชุมชน เช่น ชมรมผู้สูงอายุ สนามกีฬา ศูนย์สุขภาพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
12. การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ยากจน
ผู้สูงอายุที่ยากจนจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินไม่เกินครั้งละ 3,000 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อคนต่อปี
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือ ทั้งในด้านการเตรียมระบบสวัสดิการที่เพียงพอ การสร้างโอกาสการทำงานที่เหมาะสม และการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ
ภาครัฐได้มีการเตรียมความพร้อมผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่




