ประเทศไทยได้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการ เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้วันที่ 23 มกราคม 2568 ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียต่อจากไต้หวัน และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ผ่านกฎหมายนี้
การเปลี่ยนแปลงสำคัญจากกฎหมายสมรสเท่าเทียม
ความเท่าเทียมในการสมรส
– เปิดโอกาสให้บุคคลทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรสได้ ไม่จำกัดเฉพาะคู่ชาย-หญิงอีกต่อไป
– ปรับอายุขั้นต่ำสำหรับการสมรส จากเดิม 17 ปี เป็น 18 ปีบริบูรณ์
– ใช้ถ้อยคำเป็นกลาง เปลี่ยนจาก “สามี-ภริยา” เป็น “คู่สมรส”
หลักการที่ยังคงเดิม
– ข้อห้ามในการสมรสต่างๆ เช่น การสมรสกับบุคคลที่ยังมีคู่สมรส การสมรสกับญาติสนิท และการสมรสกับบุคคลวิกลจริต
– หลักการแบ่งสินสมรสโดยแยกเป็นสินส่วนตัวและสินสมรส
สิทธิประโยชน์ที่คู่สมรสจะได้รับ
สิทธิด้านครอบครัว
– รับบุตรบุญธรรมร่วมกัน โดยผู้รับบุตรต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และอายุมากกว่าบุตรอย่างน้อย 15 ปี
– ใช้นามสกุลของคู่สมรส หรือใช้เป็นชื่อกลางได้
– ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนได้ โดยไม่จำกัดเพศ
สิทธิด้านการเงิน ทรัพย์สิน และภาษี
– จัดการสินสมรสร่วมกัน ตามหลักการแยกประเภทเป็นสินส่วนตัวและสินสมรส
– รับมรดกของคู่สมรส เป็นทายาทโดยธรรม (ไม่ต้องเสียภาษีมรดก)
– ลดหย่อนภาษีคู่สมรส (ที่ไม่มีรายได้) ได้ 60,000 บาทต่อปี
– เงินให้โดยเสน่หาจากคู่สมรส ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษี
สิทธิด้านการรักษาพยาบาล
– ให้ความยินยอมในการรักษาพยาบาลคู่สมรสได้ เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถให้ความยินยอมเองได้
– รับประโยชน์ตามสิทธิจากประกันสังคม เช่น เงินค่าทดแทน เงินบำเหน็จชราภาพ เงินสงเคราะห์กรณีคู่สมรสเสียชีวิต
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
การท่องเที่ยว
จากงานวิจัย Agoda Global Report พบว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วย
– ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี
– สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท) ภายใน 2 ปี
– ทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดงานแต่งงาน ของคู่รักทั่วโลก
การจ้างงานและ GDP
– สร้างการจ้างงานเพิ่มขึ้น 152,000 ตำแหน่ง
– ผลักดันให้ GDP ของไทยเพิ่มขึ้น 0.3%
– กระจายรายได้ไปยังภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การจองที่พัก การบริการอาหารและเครื่องดื่ม การจับจ่ายซื้อสินค้า การเดินทางภายในประเทศ
ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโต
ธุรกิจงานแต่งงาน
– สตูดิโอถ่ายภาพ
– เช่าชุดแต่งงาน
– โรงแรมและการจัดงาน
ข้อมูลจาก Wonders and Weddings คาดว่าการจองงานแต่งของกลุ่ม LGBTQIA+ จะคิดเป็น 25% ของยอดจองทั้งหมด
ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง
เนื่องจากสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะคู่รักที่ยังไม่มีบุตร ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องปรับตัวให้เป็น Pet-Friendly เช่น
– โรงแรม
– ห้างสรรพสินค้า
– ที่พัก
– ร้านอาหาร
กฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญสู่ความเท่าเทียมและความยุติธรรมทางสังคม แต่ยังเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญสำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงานใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่ https://youtu.be/HjnbN6nvwmk?si=de8O1SKZRrJ3ZHTm




