ในยุคที่ความตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญ หลายคนหันมาสนใจการใช้พลังงานจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานน้ำ และหนึ่งในแนวทางที่ได้รับความนิยมคือ “บ้านประหยัดพลังงาน” หรือที่เรียกว่า “บ้านเขียว” ซึ่งไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
บ้านประหยัดพลังงานคืออะไร ?
บ้านประหยัดพลังงานหรืออาคารเขียว เป็นเทรนด์ที่ได้รับการกล่าวถึงมากขึ้นตามกระแส ESG (Environmental, Social, and Governance) และนวัตกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวคิดหลักในการ
– เลือกใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
– ออกแบบโครงสร้างและเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม
– ลดการใช้พลังงานด้วยการหันมาใช้พลังงานทดแทน
– ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
– สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย
ประโยชน์ของบ้านประหยัดพลังงาน
1. ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
การออกแบบบ้านประหยัดพลังงานช่วยลดค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในระยะยาว เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทั่วไป
2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้การใช้ชีวิตในบ้านมีผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. เพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย
บ้านที่มีระบบกันความร้อนที่ดีและการระบายอากาศที่เหมาะสมจะช่วยให้บ้านมีอุณหภูมิที่สบายตลอดทั้งปี ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ
4. เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
บ้านที่ออกแบบให้ประหยัดพลังงานมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีความยั่งยืนและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
7 แนวทางการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน
1. การวางตำแหน่งบ้านให้เหมาะสมกับแสงแดดและทิศทางลม
– บ้านควรมีพื้นที่โปร่งแสงมากในทิศเหนือ เนื่องจากไม่ถูกแสงแดดตลอดทั้งวัน
– ควรมีผนังโปร่งแสงให้น้อยในทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงใต้ และทิศใต้
– ออกแบบให้รับลมธรรมชาติเพื่อเพิ่มการระบายอากาศ
2. การใช้วัสดุก่อสร้างที่ช่วยกันความร้อน
– อิฐมวลเบา
– กระจกสะท้อนความร้อน
– ฉนวนกันความร้อนในผนังและหลังคา
– ช่วยรักษาอุณหภูมิในบ้านให้คงที่ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว
3. การออกแบบระบบหน้าต่างและช่องเปิดให้โปร่งโล่ง
– ติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่ทางทิศเหนือหรือทิศที่รับแสงแดดในช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัด
– เลือกใช้กระจกสองชั้นที่มีคุณสมบัติกันความร้อน
– ติดฟิล์มกรองแสงเพื่อลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ
4. การใช้ระบบพลังงานหมุนเวียน
– ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงานแสงอาทิตย์
– ใช้เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่สำรอง
– ช่วยให้บ้านสามารถเก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด
5. การใช้แสงธรรมชาติ
– ติดตั้งช่องแสงบนหลังคาหรือ Skylight
– ออกแบบบ้านให้มีแสงธรรมชาติเข้าถึงทุกห้อง
– เลือกใช้สีผนังภายในโทนสว่าง เช่น สีขาวหรือสีครีม เพื่อสะท้อนแสงธรรมชาติ
6. การออกแบบพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน
– ปลูกต้นไม้รอบบ้านเพื่อบังแสงแดดและสร้างร่มเงา
– ออกแบบพื้นที่สีเขียวบนหลังคา (Green Roof)
– ช่วยป้องกันความร้อนและเพิ่มการระบายอากาศ
7. การเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน
– เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดพลังงาน
– หลอดไฟ LED ที่ใช้พลังงานน้อย
– เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ
– เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะที่สามารถปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีคนอยู่
บ้านแห่งอนาคต: Smart Garden Home
หนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือ “Smart Garden Home” ซึ่งเป็นบ้านแห่งอนาคตที่ประยุกต์การปลูกสวนครัวและสมุนไพรรอบบ้าน ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
โดยนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาผสมผสานเข้ากับแนวคิดบ้านสวนแบบ Smart Living ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บ้านประหยัดพลังงานไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน การลงทุนในบ้านประหยัดพลังงานอาจต้องใช้ต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าบ้านทั่วไป แต่ในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืน
การเปลี่ยนผ่านสู่บ้านประหยัดพลังงานจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งสำหรับปัจจุบันและอนาคต
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






