การเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตมหาลัยไม่ใช่แค่เรื่องของการเรียน แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการวางแผนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลายคนคิดว่าเรียนมหาลัยแค่จ่ายค่าเทอม แต่ความจริงแล้วยังมีค่าใช้จ่ายจุกจิกยิบย่อยอีกเพียบที่ทำให้นักศึกษาหลายคนต้องเอาตัวรอดกันแบบ “เดือนชนเดือน”
ค่าใช้จ่ายหลักที่นักศึกษาต้องเตรียม
1. ค่าเทอม
เป็นค่าใช้จ่ายที่จะต้องเจออย่างแน่นอน โดยจะมีความแตกต่างกันออกไปตามคณะ สาขาวิชา และประเภทมหาวิทยาลัย
2. ค่ากิจกรรม
เมื่อเข้ามาเป็นเฟรชชี่ปี 1 นักศึกษาจะได้พบกับกิจกรรมต้อนรับจากมหาวิทยาลัย คณะ และชมรมต่างๆ ซึ่งจะมีทั้งกิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและไม่ต้องจ่ายเงิน
3. ค่าชุดนักศึกษา
แม้หลายมหาวิทยาลัยจะให้อิสระมากขึ้นในเรื่องการแต่งกาย แต่ก็ยังจำเป็นต้องใส่ชุดนักศึกษาบางโอกาส เช่น เวลาไปพบอาจารย์หรือสอบ เพื่อความสุภาพและการให้เกียรติ
4. ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
รวมถึงเอกสารประกอบการเรียนและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานส่งอาจารย์ ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะและสาขาวิชา
5. ค่าหอพัก
นอกจากค่าเช่าหอแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงส่วนกลาง และค่าอินเทอร์เน็ต
6. ค่าเดินทาง
ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทาง เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า รถส่วนตัว หรือรถรับส่งของมหาวิทยาลัย โดยค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามระยะทางและจำนวนการต่อรถ
เปรียบเทียบค่าเทอมมหาลัยรัฐ vs เอกชน
โดยส่วนใหญ่ค่าเทอมของมหาวิทยาลัยรัฐจะถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน เนื่องจากรัฐบาลมีเงินสนับสนุน ต่างจากเอกชนที่ลงทุนเองเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังมหาวิทยาลัยรัฐเองก็มีการเปิดสาขาใหม่ ภาคพิเศษ หรือหลักสูตรนานาชาติ ซึ่งค่าเทอมจะสูงกว่าหลักสูตรปกติ บางหลักสูตรมีค่าเทอมสูงพอๆ กันกับมหาวิทยาลัยเอกชน
สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้คือ ทุกมหาวิทยาลัยผ่านมาตรฐานการประเมินคุณภาพการศึกษามาแล้วทั้งนั้น การเลือกเรียนที่ไหนจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละคน หัวใจสำคัญคือความตั้งใจในการศึกษา หากมีความตั้งใจ อยู่ที่ไหนก็ประสบความสำเร็จได้
วิธีการเก็บเงินระหว่างเรียน
สำหรับนักศึกษาที่อยากมีเงินเก็บก่อนเรียนจบ เพื่อหาประสบการณ์หรือเตรียมตัวสู่การทำงาน มีแนวทางดังนี้:
1. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
ตอบตัวเองให้ชัดว่าอยากเก็บเงินไว้ทำอะไร และตั้งเป้าหมายว่าจะเก็บเท่าไรในระยะเวลาเท่าไร เช่น เก็บ 50,000 บาทใน 4 ปี
2. เก็บเงินก่อนใช้ทุกครั้ง
แบ่งเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากเพื่อรับดอกเบี้ย วิธีนี้ยังช่วยสร้างวินัยในการออมอีกด้วย
3. เก็บเหรียญเงินทอน
ใช้กระปุกออมสินหรือแอปพลิเคชันที่ช่วยปัดเศษเงินที่เหลือจากการจ่ายเงินไปเก็บออมโดยอัตโนมัติ
4. แบ่งเงินรายวัน
กำหนดค่าใช้จ่ายตามที่ต้องการ พกเงินติดตัวเท่าที่พอใช้ ไม่พกเงินสดเกินจำเป็น
5. ทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย
เพื่อดูว่าเงินหมดไปกับสิ่งใดมากที่สุด และสิ่งนั้นจำเป็นหรือไม่ ช่วยให้ตัดใจลดรายจ่ายได้ง่ายขึ้น
6. ใช้สิทธิพิเศษให้คุ้มค่า
ไม่พลาดสิทธิส่วนลดสำหรับนักเรียนนักศึกษา สิทธิพิเศษร้านค้า หรือเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่
7. หารายได้เสริม
สำหรับคนที่รู้สึกว่าเงินยังไม่พอ สามารถหารายได้เสริมจากสิ่งที่ถนัด เช่น งานพาร์ตไทม์ ขายของออนไลน์ รับวาดภาพ หรือเย็บปักถักร้อย
8. วางแผนการลงทุนระยะยาว
การลงทุนที่ถูกวิธีจะทำให้เกิดความมั่นคงระยะยาว แต่ต้องศึกษาให้เข้าใจก่อน เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง การศึกษาข้อมูลจะช่วยให้เลือกลงทุนในกลุ่มความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ยอมรับได้
การวางแผนทางการเงินที่ดีตั้งแต่เริ่มเรียนจะช่วยให้มีชีวิตที่ดีขึ้น การวางแผนทางการเงินไม่ใช่แค่การเก็บออมเงิน แต่ยังหมายถึงการตั้งเป้าหมายและการลงทุนให้เงินออกดอกออกผลได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ฐานะทางการเงินหลังเกษียณอายุราบลื่นขึ้นอีกด้วย
หากเริ่มต้นวางแผนทางการเงินได้ดีและเร็ว ก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น
พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digitall
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่






