ระวังให้ดี ! 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิตปี 2568 และวิธีรับมือเมื่อตกเป็นเหยื่อ | เงินทองของจริง

/
/
/
ระวังให้ดี ! 5 กลโกงออนไลน์ยอดฮิตปี 2568 และวิธีรับมือเมื่อตกเป็นเหยื่อ | เงินทองของจริง

อาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยที่เติบโตควบคู่ไปกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา สายด่วน 1441 ได้รับแจ้งเหตุถึง 1,176,512 สาย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหา แม้ว่าในปี 2568 จะมีการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลายแห่ง แต่มิจฉาชีพก็ยังคงพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อหลอกลวงประชาชนอยู่เสมอ

สถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ล่าสุด

จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 (1 มกราคม – 31 มีนาคม) มีคดีออนไลน์เกิดขึ้นถึง 79,360 เรื่อง คิดเป็น 866 เรื่องต่อวัน สร้างความเสียหายรวมกว่า 6,800 ล้านบาท

ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแสดงให้เห็นว่า มูลค่าความเสียหายในช่วงตุลาคม 2567 ถึงกุมภาพันธ์ 2568 อยู่ที่ 11,348 ล้านบาท ซึ่งลดลง 3,335 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ตุลาคม 2566 – กุมภาพันธ์ 2567) ที่มีความเสียหาย 14,683 ล้านบาท

5 อันดับคดีออนไลน์ยอดฮิตปี 2568

1. หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (57%) – มิจฉาชีพแฝงตัวในแพลตฟอร์มออนไลน์ หลอกขายสินค้าหรือบริการที่ไม่มีอยู่จริง

2. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น (11%) – เช่น อ้างว่าเหยื่อถูกรางวัลหรือได้รับสิทธิพิเศษ

3. หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ (11%) – อ้างว่ามีงานง่าย ๆ ทำที่บ้านได้เงินดี แต่ต้องโอนเงินค่าสมัคร

4. หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ (6%) – เสนอการลงทุนปลอมที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง

5. หลอกลวงให้กู้เงินในลักษณะฉ้อโกงหรือกรรโชก (6%) – ใช้โฆษณาปล่อยกู้ที่ไม่มีจริง และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า

แม้ทางการจะสามารถอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ประมาณ 295 ล้านบาท แต่นี่เป็นเพียง 4% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด การป้องกันตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับประชาชน

5 วิธีป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์

1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจหรือโปรไฟล์

   – ใช้เทคนิคค้นหารูปภาพย้อนกลับเพื่อตรวจสอบว่าเป็นรูปที่ถูกนำมาใช้ซ้ำหรือไม่

2. ตรวจสอบข้อมูลผู้ขายหรือผู้ให้บริการ

   – ค้นหาเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ในฐานข้อมูลการร้องเรียน

   – แหล่งตรวจสอบที่เชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ Blacklistseller และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PCT)

3. เพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน

   – เปิดใช้งานการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวในบัญชี (SMS หรือแอปธนาคาร)

   – ตั้งค่าจำกัดวงเงินการโอน ถอน หรือซื้อสินค้าในแต่ละวัน เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินจำนวนมาก

4. เสริมความแข็งแกร่งให้กับบัญชีออนไลน์

   – ตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อนและยากต่อการคาดเดา

   – เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ

5. ใช้วิจารณญาณกับข้อเสนอที่น่าเกินจริง

   – ระวังสินค้าที่มีราคาถูกผิดปกติ

   – หลีกเลี่ยงการลงทุนที่อ้างว่าให้ผลตอบแทนสูงเกินความเป็นจริง

   – พึงสงสัยโปรโมชั่นหรือข้อเสนอที่ดูเกินจริงจนเกินไป

หากตกเป็นเหยื่อต้องทำอย่างไร

หากพบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อ ให้รีบดำเนินการดังนี้ :

1. โทรแจ้งสายด่วน 1441 ทันที เพื่อระงับบัญชีคนร้ายไว้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง

2. รีบพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ พร้อมหลักฐานต่อไปนี้:

   – รูปภาพที่ระบุตัวตน/บัญชีของคนร้าย (เช่น ภาพเพจ Facebook, บัญชี Line)

   – ลิงก์ที่สามารถระบุตัวตน/บัญชีคนร้าย

   – ภาพการสนทนาระหว่างท่านและคนร้าย

   – เลขที่บัญชีธนาคารของคนร้าย

   – สลิปโอนเงิน

ช่องทางแจ้งความ

– สายด่วน 1441

– ระบบรับแจ้งความออนไลน์ https://www.thaipoliceonline.go.th

– สถานีตำรวจใกล้บ้าน

ิธแม้สถานการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมีแนวโน้มลดลง แต่ภัยออนไลน์ยังคงอยู่และมีการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ การระมัดระวังและรู้เท่าทันจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

พบกับ “โคชหนุ่ม” และ “ทิน โชคกมลกิจ” ได้ใน “เงินทองของจริง” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital

IFrame

รับชมผ่าน YouTube ได้ที่  https://youtu.be/2y_C6Ul8dzw?si=Ar5YWiRK94asjILa